I CAN'T STOP EP5

posted on 21 Oct 2009 00:34 by diyfiction

Chapter 5

 

เหมือนกับเพิ่งเมื่อวานเองที่ฮีซอลบอกว่ารักผม ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากรับรู้มันซะดีกว่า น้ำตาของฮีซอลมันทำผมทำอะไรไม่ถูก ตอนนั้นผมไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากแค่เงียบ ผมรู้ว่าถ้าผมพูดอะไรออกไปบ้างฮีซอลคงจะเจ็บปวดน้อยลงกว่านี้ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไร ไม่รู้ ไม่รู้เลยจริงๆ จนในที่สุดฮีซอลก็บอกให้ผมกลับไปคิดถึงความสัมพันธ์ของเราว่าจะเป็นยังไงต่อไป

5 วัน กับการตัดสินใจว่าฮีซอลกับผมเราจะกลับมาเหมือนเดิมหรือว่าไม่ ผมเองก็กลัววันที่ผมต้องตอบคำถามฮีซอลจะมาถึง แต่ผมก็รู้ว่าคนที่กลัวกว่าก็คือฮีซอล จากวันนี้ก็เหลืออีกแค่ 2 วันก็จะถึงวันที่ผมต้องให้คำตอบฮีซอลแล้วฮะ เฮ้อ คำตอบที่ผมเองยังไม่รู้เลยว่าจะตอบว่าอะไร

 

เสียงปิดประตูดังขึ้น เป็นซีวอนที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก...พักนี้ผมกับซีวอนไม่ได้คุยกันเลย หมอนี่ทำตัวเย็นชากับผม

ผมอดโมโหไม่ได้ ทั้งๆที่รู้ว่าซีวอนเองก็เจ็บปวด ตอนที่ฮีซอลบอกว่ารักผม ตอนนั้นที่ฮีซอลเริ่มจะพูด ผมยอมรับว่ากลัว กลัวว่าฮีซอลจะพูดว่าอะไร นั่นเพราะผมเห็นซีวอนอยู่ตรงประตู ซีวอนไม่รู้ว่าผมรู้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าผมรับรู้ว่าสายตาที่มันมองมาตอนที่ฮีซอลบอกว่ารักผม มันเจ็บปวดแค่ไหน

ผมถึงไม่อยากตอบคำถามฮีซอลไง ผมไม่อยากปฏิเสธฮีซอล เพราะนั่นจะทำให้ฮีซอลเจ็บ และไม่อยากตอบรับฮีซอล เพราะอย่างนั้นซีวอนก็จะเจ็บ ก็เพื่อนผมทั้งสองคน ผมจะทำยังไงล่ะครับ

 

"ซีวอน" ผมเรียกเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันมา 3 วัน ซีวอนทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินไปหยิบน้ำที่ตู้เย็น

"ซีวอน!!!" ผมเรียกซ้ำ อย่าทำเป็นหูทวนลมได้ไหม

"อะไร"

"หยุดอยู่ตรงนั้นแล้วมาพูดกันดีๆสิวะ"

ซีวอนทำเหมือนไม่ได้ยินผม ยังคงทำเหมือนหาอะไรในตู้เย็นกิน...ผมเลยผมดความอดทน

"เลิกทำเหมือนไม่มีอะไรซักที ฉันรู้ว่านายได้ยินที่ฮีซอลบอกรักฉันซีวอนชะงักแล้วหันมามองผม

"แล้วไง..." ซีวอนถามขึ้น เสียงเรียบๆ ทำหน้าเหมือนกับว่าไม่เห็นจะแปลกอะไร "ฉันได้ยินจริงๆน่ะแหละ แล้วนายตัดสินใจอะไรได้รึยังล่ะ"

ผมมองหน้าซีวอน...ปิดไม่มิดเลยนะสายตาที่เจ็บปวดน่ะ...

"แล้วไง! แล้วไงงั้นเหรอ ก็ถ้านายชอบฮีซอลฉันเองก็..."

"นี่ฮีซอลไม่ได้บอกนายรึไงว่าฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน!!" ซีวอนพูดกับผมเหมือนรำคาญ

"แต่นายก็ชอบฮีซอล!!"

"หยุดพูดบ้าๆแล้วรับรักฮีซอลไปซะ!! ฉันไม่เคยคิดอะไรกับฮีซอลเกินเพื่อน ได้ยินชัดรึยัง" ซีวอนพูดตัดบทแล้วทำท่าจะเดินออกไป

"นึกว่าฉันโง่จนดูไม่ออกรึไงวะ"

ซีวอนหันมามองผมสายตาหงุดหงิด

"ก็บอกไม่ได้ชอบ เป็นเพื่อนกันไง!! พูดไม่รู้เรื่องรึไง หงุดหงิดแล้วนะ"

"ถ้านายไม่ชอบแล้วมาหงุดหงิดใส่ฉันทำไมห๊ะ!!"ผมเองก็เริ่มหงุดหงิดเหมือนกันนะ

"ก็นายทำตัวดื้อด้านกับฉันก่อนทำไมล่ะวะ!!!!"

 

ปกติผมไม่ใช่คนหาเรื่องแบบนี้นะฮะ แต่ผม...ผมโมโหจริงๆ ถ้าเราไม่ใช่เพื่อนกัน ถ้าซีวอนไม่ใช่คนแรกที่เข้ามาคุยกับผม ถึงแม้จะชอบแกล้งแต่ก็เป็นเพื่อนรักที่ผมไว้ใจที่สุด ต่อให้เราชอบคนเดียวกันผมจะไม่เจ็บขนาดนี้เลยถ้าซีวอนจะพูดกับผมตรงๆ แต่นี่ทั้งคำพูด ทั้งท่าทาง ทั้งสีหน้า และก็การกระทำ ถ้าสายตาซีวอนไม่บ่งบอกว่าเสียใจ แต่กลับแกล้งทำเป็นไม่เป็นไรแบบนี้ล่ะก็...ผมคงไม่โมโหขนาดนี้หรอก...

 

ก็ผมไม่อยากเห็นเพื่อนเจ็บ

อย่างน้อยผมเองจะรักกับฮีซอลได้ยังไงในเมื่อผมรู้ว่าจะมีใครบางคนเจ็บ ยิ่งเป็นซีวอน ผมไม่อยากให้ความเป็นเพื่อนของเราสิ้นสุดลง

 

"อย่าพูดไม่รู้เรื่องได้ไหมห๊ะ!! แค่นายรับรักฮีซอลไปทุกอย่างมันก็จบ อย่ามาทำเป็นคนดีคิดจะหลีกทางให้เลย!!"ฟังมันพูดแล้วก็โมโหนั่นมันคำพูดของผมต่างหาก

"นายน่ะแหละไม่ต้องมาหลีกทาง!! เพราะฉันเองก็ไม่เคยคิดกับเขาเกินเพื่อน!"

"ไม่คิดก็เริ่มคิดซะ มัวไปชอบสาวที่ไหนอยู่ฮะ!! ถ้านายทำฮีซอลเจ็บฉันฆ่านายแน่!!" ซีวอนเริ่มตะโกนใส่หน้าผมเสียงดังพร้อมกับดันผมเข้าไปชิดติดกำแพง มองผมอย่างโกรธๆ

 

"อย่ามายัดเยียดความรักของนายให้ฉัน!!!" ผมรู้สึกเดือดขึ้นมาทุกทีแล้วนะ ถ้าชอบก็รักษาความรักไว้เองสิวะ ทำไมต้องมาเสียสละบ้าบอด้วย

"นายกำลังมีปัญหากับฉันนะฮันคยอง"

"เออ จะมีปัญหามีอะไรไหม!!!" ผมผลักอกซีวอน ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงโมโหมันขนาดนี้

"ฮันคยองฉันเตือนนายแล้วนะ" เสียงของซีวอนเริ่มหมดความอดทน ซีวอนบีบแขนผมแน่นแล้วดึงผมเข้าไปใกล้ๆ

วินาทีนั้นผมไม่ได้ยินเสียงอะไร แทบจะไม่รับรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ รู้แค่มันเร็วมาก จนกระทั่งริมฝีปากของคนที่ผมเรียกว่าเพื่อนรักผละออกอย่างช้าๆ

"เฮ้ยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!"

ผมตะโกนลั่นพร้อมกับออกแรงสุดตัวเตะซีวอนออกไปจนร่างซีวอนกระเด็นไปชนประตูดังปึ้ง ยอมรับว่าอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก...

 

หน้าซีวอนกระแทกโดนประตู ผมเห็นซีวอนเลียเลือดที่ขอบปากตัวเองแล้วมองผมด้วยสายตาเจ็บปวด ทั้งสีหน้าท่าทางตอนนั้นมันทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก ผมรู้สึกว่าซีวอนที่อยู่หน้าผมตอนนี้กำลังถอดหน้ากากความเป็นเพื่อนของเราออก

 

สายตาเจ็บปวดที่มองมา บอกผมว่าไม่ได้เสแสร้ง...

"เชื่อรึยังว่าคนที่ฉันชอบ ไม่ใช่ฮีซอล.."

 

 

 

 

"คิบอม ลูกชิ้น"

ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะมัวแต่สนใจเล่นเกมส์แข่งรถกับซองมิน แต่ปากก็ยังไม่หยุดกิน ผมยื่นตะเกียบที่คีบเจ้าลูกชิ้นปลาแสนอร่อยเข้าปากทงเฮที่หันมาอ้าปากกินหงับ แล้วก็หันกลับไปเล่นเกมส์ต่ออย่างเอาเป็นเอาตาย

จะว่าไปพอผมกลับมาบ้านก็ไม่เห็นว่าทงเฮจะโกรธอะไรผมอย่างที่พี่ฮีซอลเขาว่าเลย พี่นะพี่ทำเอาผมใจแป้วเลยอ่ะ แต่เฮ้อ ช่างมันเถอะ เพราะตอนนี้ได้นั่งป้อนทงเฮอย่างนี้ มีความสุขชะมัด

ผมมองคนน่ารักที่ออกท่าทางตอนเลี้ยวซะโอเวอร์ ปากที่เคี้ยวลูกชิ้นไปด้วยก็พึมพำไปด้วยว่าซองมินโกง คิ้วที่ขมวดกับหน้ายุ่งๆแบบงอนๆของทงเฮตอนที่ซองมินเบียดรถของตัวเองไปชนเสาไฟฟ้านี่มันช่าง...

 

อ๊าาา น่ารักจังทงเฮ! (เคลิ้ม~~~~)

 

เฮ้ย!! ไม่ได้ๆ!!

ผมตบหน้าตัวเองเบาๆ คิบอมนายกำลังตัดใจ ต้องตัดใจเท่านั้น ท่องไว้สิวะ!!! อย่ามาเคลิ้มง่ายๆแบบนี้ คิบอมสงบสติอารมณ์ตัวเองเดี๋ยวนี้!!!!!!!

"คิบอม..." ทงเฮเรียกผมอีกสงสัยจะเคี้ยวหมดแล้ว แต่สายตาก็ยังคงเมามันส์อยู่กับเกมส์

อ๊ะ ได้เลยคร๊าบ...เฮ้ย! ไม่ใช่อย่างน้านนนนน!!!

"คิบอม" ทงเฮเร่ง แต่ไม่ๆๆๆๆๆ! ก่อนที่ผมจะไม่สามารถตัดใจได้ ทงเฮกินเองต่อเถอะนะ มือก็เล่นเกมส์ได้นี่หว่า!!

แต่….ผมนิ่งไปนิด คือมันแบบว่า….อ๊าขอวันนึงเถอะ เลิกตัดใจชั่วคราวแล้วกันนะคิบอม ช่วยไม่ได้ก็ตอนทงเฮกินมันน่ารักนี่นา! ว่าแล้วผมก็คีบเจ้าเส้นมาม่า เข้าปากทงเฮ ทงเฮเคี้ยวตุ้ยๆก่อนจะหันมามองผม

 

"คิบอมไม่เอาเส้น ลูกชิ้น เอาลูกชิ้น" สั่งเสร็จก็หันไปเล่นเกมส์ต่อ...อา...ผมมองที่ชามมาม่า แต่ว่านะ ก็ทงเฮร้องกินเอาแต่กินลูกชิ้นๆตลอดเลยนี่นา ตอนนี้มันก็หมดแล้วสิ

"ลูกชิ้นนนน" ปากก็สั่ง แต่สายตาและมือยังง่วนเล่นเกมส์  อืมม...หรือผมจะบอกไปว่ามันหมดแล้วดี

"แป๊บนึงนะทงเฮ" ผมลุกขึ้น แล้วถือชามทงเฮไปที่ครัว สายตาเหลือบไปเห็นชามมาม่าของพี่คังอินที่วางเอาไว้บนโต๊ะ คือชามนี้พี่คังอินเพิ่งเอาน้ำร้อนใส่ไปเมื่อ 2 นาทีที่แล้วฮะ แล้วทิ้งเอาไว้รอมาม่าสุก แต่ตอนนี้เจ้าตัวไปหาอะไรไม่รู้อยู่ในห้องตัวเอง

 

"1...2...3..4...5...6"

 

ผมนับลูกชิ้นปลาที่อยู่ในชามพี่คังอิน...มี 6 ลูก อืม หายไปซักลูกพี่เขาคงไม่สังเกตหรอกเนอะ...ว่าแล้วผมก็คีบเจ้าลูกชิ้นสีขาวจากชามพี่เขามาใส่ชามทงเฮ ง่า ขอโทษแล้วกันนะครับพี่ ช่วยไม่ได้ก็ทงเฮเขาอยากกินอ่ะ อืม ผมเดินจะไปหาทงเฮ ก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้...หันหลังกลับไปใหม่ เอ...อีกซักลูกแล้วกันนะ ลูกเดียวทงเฮไม่พอหรอก

 

ผมคีบอีกลูกใส่ชาม...แต่อืม..อีกสักลูกเถอะ อ๊ะ อีกลูกแล้วกันนะ  เอาล่ะพอแล้วๆดีกว่าแฮะ...ว่าแล้วผมก็นับลูกชิ้นในชามทงเฮใหม่..

 

"1...2...3...4...5...6" เอามาแค่นี้ก็พอแล้วเนอะเดี๋ยวพี่คังอินจับได้

ก่อนจะเดินกลับ ผมมองชามพี่คังอิน...เอ...ถึงยังไงก็รู้สึกผิดนิดๆแฮะ...เอางี้แล้วกันนะฮะพี่ ผมให้เส้นอืดๆนี่กะพี่แล้วกันไหนๆทงเฮก็ไม่กิน ถือว่าทดแทนเจ้าลูกชิ้นแล้วกันนะฮะ ว่าแล้วผมก็จัดการเอาเส้นมาม่าในชามทงเฮทั้งหมดใส่ชามพี่คังอิน ก่อนจะเดินกลับมานั่งข้างๆทงเฮที่ตอนนี้กำลังโวยวายซองมินใหญ่ที่ชนะเขามารอบที่ 10 แล้ว

 

"เอาใหม่ๆๆ นายจะมากไปหน่อยแล้วซองมิน ฉันเหลือมือเดียวไม่เห็นเหรอต่อให้หน่อยสิ" ทงเฮโวยวาย

"ก็ด้ายย...แต่ถึงฉันต่อให้นาย นายก็เอาชนะฉันไม่ได้หรอก" ซองมินว่าแล้วก็กดเริ่มเกมส์ใหม่ก่อนจะพูดว่า

"คยูฮยอน" แล้วคยูฮยอนที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้างๆซองมินก็ป้อนแอปเปิ้ลปอกแล้วเข้าปากซองมินที่กำลังเล่นเกมส์อย่างเมามันส์

อืม...ภาพมันคุ้นๆนะฮะว่าไหม...

 

"คิบอมลูกชิ้น..." เสียงทงเฮสั่งบ้าง ผมรีบคีบลูกชิ้นใส่ปากคนน่ารักทันที ทงเฮเคี้ยวตุ้ยๆแล้วหันไปเล่นเกมส์ต่อแล้วพึมพำว่าอร่อย ผมยิ้มกว้าง

อ๊า...เห็นทงเฮชอบใจอย่างนี้ไม่เสียแรกที่ขอ(?)ลูกชิ้นพี่คังอินมาเลยนะเนี่ย

ขณะที่ผมกำลังนั่งข้างๆป้อนลูกชิ้นทงเฮอย่างมีความสุข อยู่ๆก็มีเสียงดังออกมาจากห้องพี่คังอิน แล้วพี่คังอินก็วิ่งยิ้มแป้นออกมาพร้อมกับถืออะไรไว้ในมือ

"เซอร์ไพรซ์!!!!! คิบอมของขวัญต้อนรับกลับบ้าน.!!"

ไม่พูดเปล่าพี่คังอินก็วิ่งไปที่ทีวีอีกเครื่องที่ชินดงนอนขึ้นอืดดูรายการทำอาหารอยู่ แล้วใส่วีดีโอไปที่ที่เล่น ก่อนจะกดเปิดด้วยรอยยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่อง และแล้วเสียงฮาและเสียงวี๊ดวิ้วของเอสเจคนอื่นๆก็เริ่มดังเมื่อพี่คังอินกรอไปหยุดที่ฉากนึง

"อ๊ะนั่น!.." อ๊าาา ผมอยากมุดดินหนีจริงๆ นี่เล่นอัดไว้เลยเหรอเนี่ย! จะอะไร...ก็ฉากที่ผมเล่นเลิฟซีนไงฮะ ! ป่านนี้คงดูกันหมดทั้งบ้านแล้วสิเนี่ย อ๊ากกกก!! ผมทำเป็นไม่สนใจเสียงล้อต่างๆที่ดังขึ้นมาทั่วสารทิศ อายชะมัด พี่คังอินนะพี่คังอิน!

"ทงเฮเอาลูกชิ้นอีกไหม..." ผมถามทงเฮที่ไม่ได้สนใจล้อผมไปกับพวกนั้นด้วย ทงเฮเขาไม่ได้ดูทีวีด้วยซ้ำฮะ ยังคงตั้งใจเล่นเกมส์ไม่สนอะไรทั้งนั้น ทงเฮไม่ตอบเอาแต่เล่นเกมส์ แต่สุดท้ายผมก็เห็นซองมินชนะอยู่ดี...

"โว้ยยยย! แพ้อีกแล้วไม่เล่นแล้ว!!" ว่าแล้วทงเฮก็เขวี้ยงเกมส์ทิ้ง แล้วก็เดินเข้าห้องตัวเองไปอย่างอารมณ์เสีย...

อา...ทงเฮเป็นไรเนี่ย..

 

"หงุดหงิดอะไรของมันเนี่ย...ก็แพ้เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ..." เสียงซองมินพึมพัมขึ้นมาอย่างงงๆคิ้วขมวดแบบไม่เข้าใจ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มกว้างเมื่อคยูอยอนป้อนแอปเปิ้ลชิ้นต่อไป

ผมมองไปที่ประตูห้องของทงเฮ...ใครทำให้อารมณ์เสียกันนะ เฮ้อ...ผมมองลูกชิ้นในชาม...เหลือตั้งหลายลูก เสียดายจังทงเฮไม่ได้กิน

"คิบอมมาดวลกันซะตาไหม" ซองมินเอ่ยชวนผม...อ๊ะ ดีเหมือนกันนานๆทีจะได้เล่น เอาล่ะครับทงเฮ เดี๋ยวคิบอมจะเอาชนะซองมินคืนให้

ขณะที่ผมกำลังจะเล่น ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...

"อ๊ะ ไม่เอาดีกว่าซองมิน ชวนคยูฮยอนเล่นละกันนะ.."

ว่าแล้วผมก็รีบลุกเดินไปห้องตัวเองให้ไวที่สุด ก่อนจะปิดประตูผมได้ยินเสียงพี่คังอินตะโกนมาจากห้องครัว

 

"ไอ้คิบอมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!"

เฮ้อ...โชคดีนะที่ไหวตัวทัน

I CAN'T STOP EP4

posted on 21 Oct 2009 00:33 by diyfiction

Chapter 4

 

ผมได้ยินทุกคำที่ฮีซอลพูด...ผมได้ยินทุกประโยค

ตั้งแต่ตอนที่ฮันคยองเริ่มออกไปจากบ้าน ผมยังไม่ได้อยู่ห่างจากบานประตูเลย ผมอยู่ตรงนั้นตลอด รอทั้งสองคนกลับมา จนกระทั่งผมเห็นฮีซอลที่เดินงอนกลับมาบ้าน เห็นฮีซอลถามฮันคยองว่านางเอกเอ็มวีหรือฮีซอลสวยกว่ากัน ผมเห็นแววตาเจ็บปวดของฮีซอลเมื่อฮันคยองไม่ยอมรับรู้อะไรเลย ผมอยู่ตรงนั้นตลอด แม้แต่ตอนที่ฮีซอลพูดว่า

 

"ฉันรักนาย ฮันคยอง"

 

ถึงผมจะรู้นานแล้ว แต่พอมาได้ฟังกับปากของเจ้าตัวมันก็เจ็บอย่างบอกไม่ถูก ฮีซอลพูดแค่ครั้งเดียว แต่ในหัวผมมันวนเวียนประโยคนั้นอยู่หลายรอบ

ผมมองดูฮันคยองที่เงียบไปหลังจากที่ฟังฮีซอลพูด เงียบอยู่นาน ผมเข้าใจว่าฮันคยองคงพูดไม่ออก ทั้งสองคนไม่รู้ว่ามีผมอยู่หลังประตู ไม่รู้เลย

ไม่รู้ว่ามีใครบางคนหัวใจสลายอยู่เบื้องหลังฉากนั้น

 

ผมปิดบานประตูช้าๆ เอาให้เบาที่สุดเพื่อทั้งสองคนจะได้ไม่รับรู้

และผมเองก็จะได้ไม่ต้องได้ยินว่าฮันคยองจะพูดว่าอะไรต่อ และฮีซอลจะสมหวังไหม..

ผมปิดประตูและปล่อยให้เขาอยู่กันสองคน พรุ่งนี้เขาสองคนอาจจะมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป แต่สำหรับผม พรุ่งนี้จะเหมือนเดิม ผมจะเป็นซีวอนที่ไม่เคยคิดมากอะไร

เป็นซีวอนที่เป็นแค่เพื่อนสนิทกับฮีซอล และเพื่อนรักของฮันคยองต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

หวัดดีฮะ...ผมซองมินครับผม

 

วันนี้ผมมารับภารกิจพิเศษฮะ ผมมารายงานความเป็นไปในบ้านของเรา เริ่มจากท่านหัวหน้าลีทึก ตอนนี้ดูท่านต๊องวันต๊องคืนไปแล้ว เรื่องของเรื่องมาจากลีทึกจับไม่ได้ว่าใครแอบจิ๊กมาม่าของเขาไปโซ้ยโดยไม่คำนึงถึงชีวิตแบบนั้น แต่ก็อย่างว่าละฮะ ไม่สามารถจับมือใครมาดมได้ เนื่องจากไม่มีใครอยู่บ้านกันให้สอบสวนเลย ท่านลีทึกประชดชีวิตตัวเองด้วยการซื้อมาม่ามา 5 ลังยัดไว้ในตู้ พร้อมกับเขียนกระดาษประกาศิษไว้หน้าตู้ว่า

 

ประกาศจากคณะปฏิรูปการกินมาม่าในระบอบทึกธิปไตย อันทรงมีลีทึกเป็นประมุข ฉบับที่ 1/2006 (โปรดฟังอีกครั้ง)

เนื้อความในประกาศ

1. มาม่าในตู้กูซื้อมา...อย่าแหยม

2. นับทุกครั้งที่หาย อย่าคิดเนียน

ไอ้ข้อ 2 นี่ผมเห็นลีทึกเขียนเสร็จก็ปรายตามองคังอินฮะ ฮะๆแต่หมีคังของเราไม่สะทกสะท้านเลยฮะ ผมก็เห็นเผลอเมื่อไหร่คังอินก็เอาไปจิ๊กกินอยู่ดี

 

พูดถึงคังอิน งานดีเจของเขาตอนนี้กำลังไปได้ดีเชียวฮะ เห็นโม้ใหญ่ว่าพอช่วงตัวเองเป็นดีเจทีไรสายแทบไหม้ตลอด คนขอเพลงหรือเข้ามาชมว่าจัดรายการดีตลอดเวลา แต่ผมว่านะฮะ ผมเคยเปิดฟัง ไอ้เสียงคนขอเพลงเนี่ยมันเสียงฮยอกแจชัดๆ ขอมันได้ทุกชั่วโมง แล้วขอแต่เพลงเอสเจนะฮะ คังอินก็ชอบใจสิฮะ จริงๆมันก็ดีนะฮะเพราะช่วงฮยอกแจจัดบ้างคังอินก็โทรไปฮะ หลอกกันเองดี ก็ดูรักกันแบบแปลกๆ

 

พี่ฮันคยองก็แปลกๆฮะ พักนี้ชอบออกจากบ้านตั้งแต่เช้า แถมพี่เขาก็กลับบ้านซะดึกเลยไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันฮะ ผมรู้สึกเหมือนว่าพี่เขากะพี่ฮีซอลเขาผิดใจกัน เพราะทั้งสองคนนี้แทบไม่มองหน้ากันเลยมา 2-3 วันแล้ว ที่แปลกอีกอย่างก็ซีวอนฮะ หมอนี่ปกติต้องแกล้งคนอื่นเป็นกิจวัตร แต่พักนี้ดูเงียบไปถนัดตาเหมือนกันฮะไม่รู้เป็นอะไร

ส่วนคิบอมเนี่ยแทบจะนอนค้างกองถ่ายละคร Rainbow Romance เลยแหละ วันก่อนผมดูละครที่คิบอมเล่นด้วย แหม มันร้ายใช่ย่อยนะฮะ ก็มันมีฉากที่คิบอมเล่นฉากเลิฟซีนด้วย จูบกับผู้หญิงเต็มๆเลย  เขินแทนจัง ไม่รู้ซะแล้วว่าฉากอย่างงี้คังอินต้องอัดเก็บไว้แน่ๆ คิบอมกลับมาบ้านโดนล้อไม่ได้ผุดได้เกิดชัวร์ๆ

 

อ้อ นี่ผมลืมเพื่อนรักทงเฮได้ไงเนี่ย ตอนนี้ทงเฮเจ็บมือฮะ พันแผลที่ข้อมืออยู่ เห็นคังอินเล่าว่าทงเฮบีบแก้วแตกฮะ!!

ถึงแก้วเซ็ตนี้มันจะบางพอสมควรและชินดงชอบทำแตกบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยบีบจนแตกเลยนะฮะ แต่ทงเฮแบบว่าทำได้ไงบีบแก้วแตก ผมเคยไปถามทงเฮว่าไปบีบทำไหมไอ้แก้วอ่ะ ทงเฮไม่ตอบฮะ ถามใครก็ไม่มีใครรู้ฮะว่าทำไม รู้แต่ดู Rainbow Romance กันอยู่ดีๆทงเฮก็บีบแก้วแตกซะอย่างงั้นฮะ

 

ชินดง พี่เยซองกับรยออุคตอนนี้ออกไปสถานีวิทยุ ว่าแต่เฮ้อ..ตอนนี้บ้านเราเงียบจังเลยฮะ ไม่มีใครอยู่เลยทุกคนมีงานหมด ผมอยู่บ้านคนเดียวนะฮะเนี่ย เหงาใช่เล่นเหมือนกันนะฮะ

 

"กลับมาแล้ว.."

"อ้าว มีงานไม่ใช่เหรอ" ผมถามคนที่เพิ่งมา คยูฮยอน จริงๆแล้ววันนี้มีผมคนเดียวที่ว่างนะเพราะคยูฮยอนต้องไปอัดเสียงเพิ่มนี่นา

"พอดีผู้จัดการบอกว่าเลื่อนงานไปวันพรุ่งนี้น่ะ" คยูฮยอนตอบ ผมยิ้มแป้น ก็ดีสิผมอยู่คนเดียวเหงาจะแย่

"ผมเช่าวีดีโอมาด้วยซองมินอยากดูไหม" ว่าแล้วคยูฮยอนก็ชูวีดีโอขึ้นมา โอ้ เรื่องนี้ที่ผมอยากดูนี่นา

"อยากสิ! เปิดเลยๆๆ" ผมว่า คยูฮยอนยิ้มแล้วเดินไปเปิด แล้วผมก็นั่งดูกับคยูฮยอนอย่างมีความสุข จริงๆแล้วไม่ใช่เพราะหนังมันสนุกอะไรนักหนาหรอกนะฮะ แต่จะไม่มีความสุขได้ยังไงก็นั่งดูกับคยูฮยอน 2 ต่อ 2 นี่นา

 

ว่าแต่ที่ผมบอกว่ามีความสุขเพราะนั่งดูกับคยูฮยอนเนี่ย รู้แล้วก็จุ๊ๆเหยียบเลยนะฮะ ก็คยูฮยอนยังไม่รู้เลยนะฮะว่าผมน่ะ อืม เอาเป็นว่าถ้าพูดดังไปเดี๋ยวไก่ตื่นหมดแย่แน่ๆเลยฮะ เอาเป็นว่าสัญญาแล้วนะรู้แล้วเหยียบเลยนะฮะทุกคน ว่าแต่ทำไมหนังมันนานจังน้า ตาผมจะปิดแล้วสิ

 

 

 

 

ผมคยูฮยอนครับ ตอนนี้หนังจบไปแล้วแต่ซองมินกลับไม่ได้ดูฉากจบเพราะหลับไปตั้งแต่กลางเรื่องแล้วแหละ ทิ้งให้ผมดูอยู่คนเดียว

ผมเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบผ้าห่มมาห่มให้ซองมินที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา หน้าตอนหลับนี่เหมือนกระต่ายน้อยชะมัดเลยฮะ

 

ครืดดด...ครืดดดด..

 

ผมเหลือบมองมือถือที่ตั้งระบบสั่นที่ตอนนี้กำลังสั่นไม่หยุดมาครึ่งชั่วโมงแล้ว ผมทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินเข้าไปหยิบหมอนกะจะขอนอนบ้างฮะ

อ้อ ทำไมไม่รับน่ะเหรอฮะ ก็เพราะผมรู้น่ะสิว่าใครโทรมา ก็ผู้จัดการซึงฮวานน่ะสิคงจะโทรมาเฉ่งเรื่องที่ผมเบี้ยวงานไม่ไปอัดเสียงแน่ๆเลย

แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ นานทีจะมีโอกาสแบบนี้นี่นา ถึงจะโดนด่าทีหลังคงต้องยอมล่ะ ว่าแล้วผมก็เดินไปปิดเครื่องซะเลย แล้วก็เดินไปล้มตัวลงนอนข้างๆ ซองมินอย่างมีความสุข

 

จะไม่มีความสุขได้ยังไงก็นอนข้างๆซองมิน 2 ต่อ 2 นี่ฮะ

ว่าแต่ที่ผมบอกว่ามีความสุขเพราะนอนข้างๆซองมินเนี่ย รู้แล้วก็จุ๊ๆเหยียบเลยนะฮะ ก็ซองมินยังไม่รู้เลยนะฮะว่าผมน่ะ อืม..เอาเป็นว่าเหยียบไว้นะครับทุกคน ถ้าพูดดังไปเดี๋ยวกระต่ายน้อยตื่นหมดแย่แน่ๆเลยฮะ จุ๊ๆสัญญาแล้วนะฮะว่าจะไม่พูดดังไป เอาเป็นว่ารู้แล้วเหยียบไว้เลยนะฮะ..   ฮ้าวววผมชักง่วงแล้วล่ะ..ขอนอนก่อนนะครับ...

 

 

 

 

สวัสดีครับ ผมคิมคิบอม...

ตอนนี้ผมกำลังช่วยป้าที่มีหน้าที่ทำความสะอาดกองถ่ายกวาดพื้นฉากอยู่ฮะ แบบว่าผมนอนค้างที่กองถ่ายมา 3 คืนแล้ว ถือคติอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น แต่ป้าแกบอกว่าแกไม่รู้จะเอาควายไปทำอะไรฮะ เลยให้ผมมาช่วยกวาดพื้นแทนดีกว่า 2 วันแรกก็กวาดอย่างเดียว แต่วันนี้เริ่มไปซักผ้า ขัดห้องน้ำ ดูดส้วมเป็นเพื่อนป้าเขาแล้วฮะ

ตอนแรกป้าแกก็บอกไม่ต้องนะฮะ แต่ผู้กำกับหมั่นไส้ที่ผมไม่ยอมกลับบ้านซักทีเลยบอกว่าให้ผมช่วยงานป้าเขาไม่งั้นไม่ให้ผมนอนนี่อ่ะ ช่วยไม่ได้ก็ผมไม่อยากกลับบ้านนี่นา ก็เลยต้องยอมอ่ะฮะ

 

เอ๋..ทำไมไม่อยากกลับน่ะเหรอ..

ก็เฮ้อ..ผมไม่อยากกลับไปแล้วเจอทงเฮนี่นา ยิ่งเจอหน้าผมก็ยิ่งบ้า.. ผมน่ะพอคิดว่าความรักไม่มีทางเป็นไปได้แล้วก็อยากจะตัดใจ (นี่สรุปผมยอมรับแล้วใช่ไหมเนี่ย) ตอนนี้อยากจะร้องไห้จริงๆ อย่างน้อยถ้าผมจะชอบผู้ชาย คนนั้นก็น่าจะ อืมมม..ผมหมายถึงเป็นฝ่ายรับแบบพี่ฮีซอลอ่ะ แต่นี่พอรู้ตัวว่าชอบเข้าไปแล้ว กลับพบว่าเขาน่ะแมน มันเฮิทนะฮะ...ฮือออออ..

 

ยิ่งวันก่อนที่ผมดูรายการที่ทงเฮไปออกนะ รายนั้นเต้นโชว์เท่ซะกว่าผมซะอีก อย่างนี้ผมคงจะหมดหวังแล้วอ่ะ แล้วทำไมผมถึงไปชอบทงเฮเนี่ยหรือว่าผมจะตัดใจเป็นฝ่ายรับแทนดี อย่างน้อยก็ได้อยู่ใกล้ทงเฮ...

แต่ไม่นะม่ายยยยยยยยยยยย!!!!!! ให้รับ แง ทำใจไม่ได้อ่า

ผมก็เลยตัดสินใจหลบหน้าทงเฮ คิดว่าบางทีไม่เจอกันเลย ผมอาจจะกลับมารู้สึกแบบเดิมก็ได้

 

"ว่าไงทำไมไม่ตอบ" เสียงพี่ฮีซอลถามขึ้น อ้าว มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

พี่ฮีซอลจ้องหน้าผม ในมือถือกุญแจรถ สงสัยจะกลับบ้าน จริงๆแล้วผมก็เจอพี่เขาทุกวันนะฮะ ผิดกันตรงที่พี่เขาถ่ายละครเสร็จก็กลับบ้าน แต่ผมอ่ะนอนค้างที่นี่ จะว่าไป 2-3 วันมานี้พี่ฮีซอลอยู่ในโหมดเงียบมากๆเลยฮะ พี่เขาดูซึมไปถนัดเลยอ่ะ บางทีผมเห็นพี่เขาเหม่อลอยด้วย เห็นอย่างนี้แล้วไม่สบายใจเลย มันเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเลยนี่นา

 

"อ่า พี่ถามว่าไรนะฮะ"

"ฉันถามว่านายจะค้างที่นี่อีกใช่ไหม"

"ฮะ..."

"ถามจริงเหอะ ทะเลาะกับใครในวงหรือเปล่าเนี่ย"

"เอ่อ เปล่านี่ฮะ..."

"เหรอ...อืม...แล้วนายโกรธอะไรทงเฮหรือเปล่า" พี่ฮีซอลถามขึ้น

ผมถึงกะสะดุ้งตกใจกับคำถาม อย่าบอกนะว่าดูออกว่าผมน่ะ..

 

"เปล่าไม่มีอะไร ทงเฮฝากมาถาม หมอนั่นบอกว่าวันก่อนนายปิดประตูใส่หน้ามันเต็มๆ ดั้งแทบหัก"

เอ่อคือแบบตอนนั้นผมตกใจอ่ะ ไม่ได้ตั้งใจซักหน่อย ก็ผมอยู่ในโหมดตัดใจนี่นา เรื่องของเรื่องคือเมื่อสามวันก่อน ตอนที่ผมออกจากห้องนอนกะจะแวบไปกองถ่ายตั้งแต่เช้าจะได้ไม่ต้องเจอหน้า ทงเฮให้มันปวดใจ แต่พอตอนอาบน้ำเพิ่งเสร็จก็มีคนมาเคาะประตูขอเข้าไปทำธุระต่อ ผมไม่รู้นี่ว่าเป็นทงเฮ พอผมเปิดไปเจอเลยตกใจ ก็เลยปิดประตูใส่หน้าซะงั้น

"แล้วทงเฮว่าไงฮะ"

"ไม่ว่าอะไร แค่โกรธมาก นายไปปิดประตูใส่หน้ามัน แล้วยังไม่ยอมขอโทษด้วยเสียงพูดเรียบๆของพี่ฮีซอล ช่างทิ่มแทงจิตใจที่กำลังฟีบลงๆของผมจริงๆ

ผมก็อยากกลับบ้านไปขอโทษทงเฮนะฮะ แต่ผมไม่อยากเจอหน้านี่

"เอ้อ ทงเฮตอนนี้บาดเจ็บที่มือนะ ไม่รู้เป็นบ้าอะไร บีบแก้วซะแตกเลย" พี่ฮีซอลว่า ห๊ะหา ว่าไงนะ!!

"แล้วอาการเป็นไงบ้างฮะ!!!!" ผมถามด้วยความตกใจ

"ก็มีถ่ายท้องไม่หยุด ตัวร้อนนิดหน่อย...ไอ้บ้า!! โดนบาดมือ ก็ต้องเจ็บมือสิถามบ๊องๆ เนี่ยทงเฮจะกินข้าวยังต้องให้ฮยอกแจป้อนเลยนะ"

อ่า ก็มีฮยอกแจดูแลแล้วนี่ เห็นทีผมคงไม่ต้องไปดูแล้วมั้ง ว่าแล้วผมก็ก้มลงกวาดพื้นต่ออย่างซึมกระทือ...

"ตกลงไม่กลับ..?"

ผมพยักหน้าหงึกๆ...

"ไปเถอะฮะพี่เดี๋ยวผมต้องเอาขยะไปทิ้งให้ป้าต่อ" (ฉันล่ะสงสัยฐานะแกจริงๆคิบอม)

"เออ งั้นพี่ไปแล้วนะ คิบอมก็ว่างๆไปย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่นี่เลยละกัน บ้านช่องไม่ยอมกลับ"

ผมทำเป็นไม่ได้ยินที่พี่เขาประชด ตั้งอกตั้งใจกวาดพื้นที่สะอาดวับอยู่แล้ว ว่าแต่วันนี้ฮยอกแจจัดรายการที่สถานีนี่นา แล้วใครจะป้อนข้าวทงเฮล่ะ...แล้วถ้าพี่ๆคนอื่นไม่อยู่บ้านจะทำไง เออ แต่เดี๋ยวพี่ฮีซอลก็กลับนี่กว่า..อ่า แต่พี่ฮีซอลจะมีความอดทนป้อนข้าวใครได้เหรอ มีหวังทงเฮไม่ได้กินอะไรแน่ๆ...แต่ถ้ากลับไปเจอแล้วจะทำตัวให้เหมือนเดิมได้ยังไงล่ะ...อุตส่าห์ตัดใจมาได้ขนาดนี้ มีหวังถ้าเจอหน้าเราต้องบ้าแน่เลย...เอาไงดีๆๆๆๆ

 

"เดี๋ยวพี่! รอด้วย ผมกลับด้วยฮะ!!"

 

I CAN'T STOP EP3

posted on 21 Oct 2009 00:33 by diyfiction

CHAPTER 3

 

ยอมรับเลยนะฮะเนี่ยว่าคำถามของคิบอมมันทำให้ผมเจ็บก้นอยู่พอสมควรเลยทีเดียว คำถามเดียว ประโยคเดียวง่ายๆ แต่เล่นเอาตกเก้าอี้ไปเลยเนี่ย สามารถจริงๆ

ผมมองตาใสซื่อของคิบอมที่รอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ เห็นแล้วอดเอ็นดูไม่ได้ แหม..เห็นสับสนในตัวเองอยู่หลายวัน ทำไมวันนี้กลับนึกอยากหาคำตอบ หึหึหึ ได้..เดี๋ยววอนจัดให้คร๊าบบบ...ผมยันตัวขึ้นก่อนจะเลื่อนตัวมานั่งบนโต๊ะแล้วเอามือขึ้นมาลูบคาง.เก๊กมาดผู้เชี่ยวชาญ...

...ถามถูกคนแล้วไอ้น้องเอ๋ย...

แต่ เอ๊ะตอบง่ายๆก็ง่ายไปสิ แกล้งมันซะหน่อยดีกว่า             คิดแล้วผมก็ผมส่ายหน้า แกล้งทำสีหน้าตกใจ...

"ไม่เคยดิ บ้าเรอะ ฉันผู้ชายเต็มตัวนายก็รู้ใช่มะ ก็อย่างที่นายก็บอกว่านายก็รู้ว่าเรื่องฉันกับฮีซอลมันก็แค่เรื่องล้อกันเล่น ใครจะมาชอบผู้ชายด้วยกัน ไม่ใช่เกย์นะ"

…….

ช็อค!..ช็อค!..ช็อค!..

 

หน้าคิบอมมันฟ้องว่างั้นฮะตอนฟังผมพูดเสร็จ กร๊ากกกๆๆๆ น่ารักชะมัด...แต่เก๊กไว้ก่อน ผมเก๊กมาดขรึมตีน้ำเสียงแบบกำลังคลางแคลง

"เอ๊ะหรือว่าที่นายถามเพราะว่านาย..." ผมลากเสียงแบบจับผิดเต็มที ทำเหมือนสงสัย แต่คิบอมช็อคค้างฮะ...

"คิบอม...?"

มันนิ่งไปประมาณนาทีได้ ก่อนจะได้สติก่อนแล้วรีบส่ายหัวยิบ

"ปละเปล่า ก็แค่เพื่อนฝากถามมาเฉยๆ..." คิบอมพูด กร๊ากกก เพื่อนเหรอไอ้น้อง ฮยอคแจอ๊ะเปล่า เห็นคิบอมหน้าเครียด ผมก็ยิ่งเก๊กหน้าเข้ม

"แล้วเพื่อนนายมันแน่ใจแล้วเหรอว่ามันชอบผู้ชาย"

"ฉัน...เอ๊ย เพื่อนฉันก็ยังไม่แน่ใจ คือแบบ..."

"ใจเต้นเวลามองเขาไหม" คิบอมพยักหน้าหงึกๆ

"แล้วเผลอเมื่อไหร่เป็นต้องมองรึเปล่า" มันยังคงพยักหน้าหงึกๆ

"คิดว่าเขาน่ารักกว่าผู้หญิงใช่ไหม" หงึกๆ

"นึกอยากจึ๊กๆ...เขาใช่ไหม" หงึก เอ๊ย...คิบอมส่ายหน้ารัว..หน้าแดงแป๊ด...ฮะๆ คิบอมนี่มันน่ารักจริงๆ ผมตบเข่าฉาดทำท่าแบบ โป๊ะเช๊ะ นี่แหละ!

"แต่นั่นแหละ เพื่อนนายกำลังมีความรักกับผู้ชายด้วยกันชัวร์!"

"จะ...จริงอ่ะ.."

คิบอมดูช็อคไปเลยฮะ ก่อนจะเงียบไปแล้วพูดเสียงแผ่ว

"แล้วเอ่อ...แก้ได้ไหม..." คิบอมถามผมด้วยสีหน้ากังวล ท่าทางจริงจังจนน่าขำ ผมเก๊กนิ่งแล้วส่ายหน้า

"ไม่ได้ๆ...เป็นแล้วเป็นเลย"

“..……” คิบอมทำตาโตใส่ผม ก่อนจะคิดอะไรอยู่นานทีเดียว...ซักพักมันก็ขยี้หัวตัวเองแล้วก็จบด้วยการขึ้นไปยืนสติแตกอยู่บนเก้าอี้ซะงั้นน่ะ

 

"อ๊ากกก แล้วทำไงดีเนี่ยยยยยยย~~~~~~~"

ก๊ากๆแกล้งคิบอมนี่มันส์จริงจริ๊ง ว่าแต่มันขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ทำไมวะ ปัญญาอ่อนได้อีก

"เฮ้ย แล้วนายจะโวยวายทำไมเนี่ย เพื่อนนายไม่ใช่เหรอไงฮะ" ผมแกล้งพูด

"ก็...ก็ใช่อ่ะนะ..เฮ้อ..." คิบอมพูดเสียงสลดๆ ทำหน้าเหมือนโลกสลาย ก่อนจะลงมานั่งหมดอะไรตายอยากบนเก้าอี้ แล้วทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ หันมามองผมตาแป๋ว

"แล้วๆๆนายพอจะรู้วิธีเอ่อ...คือ..." คิบอมดูลังเลที่จะถาม เอ้อ ถามๆมาเหอะน่า มาถึงขั้นนี้แล้วเนี่ย คนข้างหน้าผมอึกๆอักอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจถามมันออกมาแต่เสียงเบามาก

"ดูยังไงว่าอีกฝ่าย...จะ..."

ผมยิ้มแป้น พอจะเดาได้ว่าคิบอมอยากรู้อะไร...ฮ่าๆ เริ่มยอมรับและเปลี่ยนเป็นสงสัยว่าทงเฮจะเคะรึเปล่าอ่ะเซ้

"ก็ดูง่ายๆอ่ะนะ..." ผมทำท่าเรียกมันเข้ามาใกล้ๆ แล้วก็กระซิบเสียงเบาๆ "อย่างสังเกตพวกเราในเอสเจนี่ก็...ฮีซอลไง รายนี่น่าจะเคะเดาไม่ยาก แล้วก็อืม..."

            มาถึงตอนนี้คิบอมดูตั้งใจฟังมากๆเลยครับ แววตานี้จริงจังมากๆ สงสัยลุ้นให้พูดชื่อทงเฮ ฮะๆๆ เห็นแล้วก็อยากช่วยสงเคราะห์ อ่ะนะแกล้งมาเยอะแล้ว คนอย่างซีวอนมีขีดจำกัดครับ

"ไม่มีแล้วนะ...แมนกันหมด" ผมตอบหน้าตาย ส่วนคิบอม...ตายไปแล้ว กร๊ากกกกกกกกก

"จะ..จริงเหรอ" เสียงสั่นเชียวไอ้น้อง

"อืม..ไม่น่าจะมีนะ.."

            ...………..”

 

"ขะ เข้าใจแล้ว...งั้น ฉันไปนะ..." หน้าถอดสีเชียว หรือว่าแรงไปฟะ ผมชักเริ่มลังเล เพราะตอนนี้คิบอมมันดูสติหลุดเดินกลับห้องไปแล้วครับ

"เฮ้ย คิบอม" ผมกำลังจะเรียกมันบอกว่าล้อเล่นอยู่แล้วเชียว แต่อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ผมก็ดังฮะ ปรากฎเป็นชื่อ...

 

---- แม่ ----

 

ฮะๆ ไม่ใช่แม่ผมจริงๆหรอกฮะ...แต่เป็นคนนี้ต่างหาก

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก" เสียงฮีซอลดังทะลุแก้วหูผม โอ๊ย อะไรกันเนี่ย

"ซีวอนไอ้คิบอมมันอยู่แถวนั้นไหม!!!!!" โหย ตะโกนเสียอย่างกับอยู่กันคนละฝากสนามฟุตบอล ว่าแต่ทำไมถามถึงคิบอมด้วยน้ำเสียงมหาโหดอย่างนี้เนี่ย คิบอมมันไปทำอะไรไว้วะ

            "แบบคิบอมมันเข้าห้องไปแล้วอ่ะ ว่าแต่ทำไมนายยังไม่กลับบ้านอีกเนี่ย"

"ก็ไอ้คิบอมมันลืมช้านนนนนนนนนนน"

ห๊ะ?

"ฉันลงไปเข้าห้องน้ำที่ปั๊มหน้าปากซอย พอมันเติมน้ำมันเสร็จมันก็ขับกลับบ้านไปเลย!!!! หนอยยยไอ้คิบอมมมมมม!!!!!!!"

โอ้ ช่างกล้า ลืมอะไรไม่ลืมลืมฮีซอล ผมมองประตูห้องคิบอมแล้วส่ายหน้า คิบอมเอ๊ย นี่ถ้าแม่กูกลับมาโดนแน่ๆเลยเนี่ย ว่าแล้วผมก็ยืนไว้อาลัยแด่น้องชาย 3 วินาที นี่สงสัยคงมัวแต่คิดเรื่องทงเฮเลยลืมอะไรๆหมดเลยมั้งเนี่ย สรุปแล้วฮีซอลก็บ่น ด่า ว๊าก แว๊ก ตามสไตล์ของเขาก่อนจะบอกให้ผมมารับภายใน 3 นาที ฮือๆ สุดท้ายมันมาเกี่ยวอะไรกับผมด้วยวะเนี่ย

แต่จริงๆแล้วผมก็ชินแล้วล่ะฮะ ฮีซอลน่ะร้ายแต่ก็ไม่มีพิษสงหรอกฮะ ออกจะจริงใจ และถึงจะโหด แต่ฮีซอลก็เป็นคนที่ผมสนิทที่สุด...

 

เป็นเพื่อนสนิทสนิท เสียจนบางทีผมก็เศร้า...

 

"ซีวอน..นี่อ่านว่าไรอ่ะ..."

ฮันคยองที่ท่าทางจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินมาถามผมพร้อมกับถือซองมาม่าในมือ...ถามผมว่ากระดาษที่แปะบนซองอ่านว่าอะไร ผมชะเง้อไปมอง

 

--- ถ้ากูหิว มาไม่เจอซองนี้ มึงตาย จากลีทึก ---

 

เยี่ยม...มือดีจริง หยิบของใครไม่หยิบ หยิบของไอ้โหดสุด

"นายเรียนภาษาเกาหลีมา 2 ปีแล้วนะเว้ย ไหงอ่านไม่ออกเนี่ย"

"ก็ลายมือมันยึกยืออ่านยากอ่าตกลงอ่านว่าไรอ่ะ อ่านออกแต่คำหลังว่าลีทึก"

"อืม...อ่านว่า จองไว้ให้ฮันคยอง จากลีทึก" ผมตอบยิ้มๆ ฮันคยองฟังแล้วยิ้มกว้างเชียว

"ง่า ใจดีว่ะลีทึก" อารมณ์ดีขึ้นมาทันที...แล้วฮันคยองก็เปิดซองเตรียมจะต้มฮะ หุหุหุ ผมมองฮันคอยอง แล้วตัดสินใจอะไรบางอย่างอยู่ในใจก่อนจะ...

            "เอ้อ ฮันคยอง.." ฮันคยองหันมามองผมทำหน้าแบบว่ามีอะไรผมเงียบไป..รู้สึกแปลกๆ...เอามือไปจับหน้าอกด้านซ้ายที่มันเริ่มเจ็บแปล๊บก่อนจะพูด

"ถ้านายกินเสร็จ...ช่วยออกไปรับฮีซอลแทนฉันหน่อยได้ไหม.."

                   

 

 

 

 

2 ทุ่มแล้ว แต่ผม..ฮันคยองยังคงเดินอยู่คนเดียวลำพัง...

ตึก...

ตึก..

ตึก...

อืมมมม...ผมมาทำอะไรอยู่ที่นี่เนี่ยยยย!!!!!!!

2 กิโลฮะ!!! 2กิโล ผมเดินออกจากหน้าบ้านที่พวกเราอยู่ ตอนนี้ก็ปาเข้าไป 2 โลแล้วทำไมยังไม่ถึงไอ้ปั๊มบ้านั่นอีก ปกติได้แต่นั่งรถไม่รู้เลยนะเนี่ยว่ามันไกลขนาดนี้ แล้วคิบอมก็กล้าเนอะ แต่ที่สำคัญทำไมผมต้องออกมาเหนื่อยแบบนี้ด้วย เรื่องของผมก็เปล่า!!!

 

ไอ้ซีวอน...เพราะแก๊!

ทำมาอ้างว่าปวดหัวออกไปรับฮีซอลให้หน่อย ผมยังไม่ทันรับปากอะไรมันก็เดินโซซัดโซเซเข้าห้อง แต่ปวดหัวประสาอะไรแย่งมาม่าผมไปกินไปเกือบครึ่งชาม นั่นน่ะ! ลีทึกอุตส่าห์จองเอาไว้ให้ผมเชียวนะ! เฮอะเพราะมันไม่มีคนเก็บให้เลยอิจฉาแย่งผมกิน ช่วยไม่ได้ก็ผมน่ะสนิทกับลีทึกนี่ฮะ ไม่แปลกใจเลยทำไมลีทึกถึงเก็บไว้ให้ผม จะว่าไปก็ดีใจนะเนี่ย เหอๆ...

 

เฮ้อพูดถึงซีวอนนะฮะ หมอนี่มันชอบแกล้งผมซะจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่ผมเข้ามาในเอสเจใหม่ๆ หมอนี่ก็แอบนินทาผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากันแล้ว เชื่อไหมครับ ตอนนั้นผมก็แกล้งทำเป็นฟังพวกมันไม่รู้เรื่องฮะ ไอ้ซีวอนเลยชอบนินทาผมมากๆเลย มันคิดว่าผมไม่รู้ว่ามันพูดว่าอะไร พอผมหันไปมองนะฮะ ต้องเห็นมันมองผมแล้วนินทากับคังอินทุกครั้งเลยฮะ

เอ๋ รู้ได้ไงเหรอฮะ โธ่ เห็นอย่างงี้ก็เหอะ ผมอ่ะมีไหวพริบแถมทันคนใช่ย่อยนะครับ แหะๆ (...เหรอจ๊ะ...) ต่อๆฮะ กำลังนินทามันได้ที่ ซีวอนอ่ะนอกจากจะชอบแกล้งผมแล้วยังขี้หึงมากๆอีกด้วย

 

มันชอบหาว่าผมไปเป็นชู้กับฮีซอล!...

 

เออ เฮอะ คิดได้ไงเนี่ยคนเรา ผมเนี่ยนะจะไปเป็นชู้กับฮีซอล!! บ้าแล้ว ผมน่ะไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นเลยนะ ผมแค่สนิทกับฮีซอลเพราะอายุเราใกล้เคียงกันเฉยๆ ที่ไม่ชอบไม่ใช่ว่าฮีซอลไม่ดีนะฮะอย่างเข้าใจผิด จริงอยู่ที่ผมเองก็คิดเหมือนกันว่าฮีซอลน่ะดูสวยกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก แต่ว่าซีวอนมันรักของมันจะตายนี่นาผมจะกล้าแหยมเหรอฮะ แถมฮีซอลน่ะก็โหดไปหน่อยนั่นไม่สเป๊กผมหรอก

แล้วอีกอย่าง ผมเองก็มีคนที่ชอบอยู่..

ชอบ ชอบจริงๆนะครับ...แต่ถึงจะชอบแต่ว่าบอกออกไปไม่ได้ ไม่ได้จริงๆอย่ารู้เลยฮะว่าเป็นใคร...ผมไม่อยากพูดถึง

ในที่สุดผมก็เดินมาถึงปั๊มแล้วล่ะ  อ๊ะ..เห็นฮีซอลไกลๆแล้วด้วย  เอ๊ย ไม่ใช่ฮีซอล...แค่หน้าคล้ายๆ...

"กูบอกว่ากูผู้ชาย..." เสียงของคนที่หน้าคล้ายฮีซอลพูดขึ้น โอ๊ะ ฉากนี้เหมือนในละครที่นางเอกกำลังโดนจิ๊กโก๋หน้าปากซอยลวนลามเลย

"โธ่น้องสาว อย่าอำกันดีกว่า ไปเที่ยวกับพี่ดีกว่าน่า..." ว่าแล้วไอ้นั่นก็ยื่นมือไปเกาะแกะ...

"ปล่อย" เสียงที่เค้นรอดไรฟันแบบนั้น อ่า..คุ้นๆ

"น้องสาวอย่าเล่นตัวเลยน่า" คนที่โดนจับมือทำหน้าโหดแบบคุมไม่อยู่แล้วครับ อ๊ะๆ...

"ก็...กู...บอก...ว่า...กู...ผู้...ชาย...ไง...ไอ้กร๊วกก!!!!"

 

พลั่ก! อั๊ก! อั๊ก ผลัวะ!..

 

อ่าา...อย่าให้บรรยายภาพเลยฮะ...ไปสู่สุขคติเถอะนะ...

ขณะที่ผมกำลังสยองกับภาพตรงหน้า ผู้หญิงคนนั้นก็หันมามองผม...โอ๊ะ! สบตาพอดีไม่ได้การหละ...เท้าผมถอยหลังโดยอัตโนมัติ เปล่านะ!ผมไม่ใช่เพื่อนมันนะ! เธอคนนั้นค่อยๆเดินมาใกล้ผม หน้าตาถมึงทึง...ก่อนจะมาหยุดตรงหน้า

 

"ทำไมเพิ่งมา!!"

"อ๊าาาาา ตัวจริง!!" ผมเผลอร้องออกมา ง่าฮีซอลมองตาเขียวเลย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเปลี่ยนทรงผม ไม่เจอกันแค่วันเดียวเอง ผมแบบนี้ดัดๆเหมือนตอนที่ออกซิงเกิล twin เลยฮะ แบบนั้นมันเหมือนผู้หญิงจะตายนี่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้นั่นเข้าใจผิด

"ซีวอนโทรมาบอกแล้วว่าจะส่งนายมารับ!!!!! แต่นายให้ฉันรอนานมากรู้ตัวไหม!!" ไม่พูดเปล่าฮีซอลเอื้อมมือมาดึงแก้มผมอย่างแรง

"โอ๊ยย" ผมเบี่ยงหน้าหลบ พร้อมกับทำเสียงเข้ม

"เดินมาตั้ง 2 กิโลมันไกลนะ ฉันมารับก็บุญแล้วเนี่ย!!" ดูสิครับ ไม่สำนึกบุญคุณ ผมไม่ได้หายตัวมานะฮะ เดินมาด้วยเท้าล้วนๆรู้ไหมเนี่ย ยังมาว่า!

"แล้วทำไมไม่ขับรถมาฮะ!!! "

อ๊ะ!...อ๊ะ!...อ๊ะ! ผมถอยหลัง 2-3ก้าวด้วยความช็อค!

นั่นสิ ทำไมไม่ขับรถมาเนี่ยทั้งๆที่ขับรถมา 2 นาทีคงถึง ไม่ได้...ผมเก๊กไว้ เรื่องไรจะบอกว่าลืมนึก ผมเลยทำหน้าเข้มแล้วตอบไปว่า

"ไอ้รถน่ะก็รู้อยู่อ่ะนะว่ามี แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ...อยากเดินมากกว่า  แบบว่านายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันมันรักการออกกำลังกายอ่ะ.."

"นี่แหน่ะ รักการออกกำลังกาย" ฮีซอลทำหน้าไม่เชื่อแถมเพิ่มแรงหยิกที่หน้าผม อ๊าาาาา เจ็บ!! ว่าแล้วฮีซอลก็เดินนำหน้าผมไปทางที่กลับบ้าน

"เฮ้ย!!!ๆๆๆ พักซักหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันเดินมาตั้ง 2 กิโลยังไม่ได้หยุดเลยนะเนี่ย พัก 5 นาทีแล้วค่อยกลับเถอะ"

"รักการออกกำลังกายไม่ใช่เหรอไงฮะ! รักนักก็เดินต่อไม่ต้องมาเถียง!!"

ผมอ้าปากจะคัดค้าน แต่เหลือบมองเห็นไอ้จิ๊กโก๋ที่อ้าปากพะงาบๆอยู่ตรงนั้นก็เปลี่ยนใจเดินตามฮีซอลแต่โดยดี

 

บรรยากาศระหว่างทางกลับบ้าน อืม ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่าว่ามันอึมครึมผิดปกติไงไม่รู้ ปกติฮีซอลจะแรด เอ๊ยร่าเริงกว่านี้นี่นา วันนี้กลับดูโหมดขรึมปนโหด

"ว่าแต่นายเปลี่ยนทรงผมทำไมอ่ะ" ผมถามทำลายความเงียบ...ขณะเร่งฝีเท้าเดินให้ทันตามฮีซอล ฮีซอลหยุดกึก แล้วค่อยๆหันมาหาผมด้วยสายตา (ไม่ขอบรรยายฮะ)  ง่า..ไม่น่าถามเลยตู

"วันนี้สนุกไหม ถ่ายเอ็มวี " อยู่ๆก็ถามขึ้นมา...อ่า...โทนเสียงน่ากลัวไงไม่รู้ฮะ

"สนุกสิ มากๆเลยแหละ" ผมตอบ

            "แล้วนางเอกมิวสิค นายว่าน่ารักไหม"  เอ..น่ารักไหม ก็ใช้ได้นะฮะ

        "น่ารักดีนะ...โอ๊ยยยยย!!!" ทันทีที่ตอบผมโดนฮีซอลหยิกซ้ำตรงตำแหน่งเดิม

"โอ๊ย นายมาหยิกฉันทำไมเนี่ย" ผมร้องพร้อมกับพยายามดึงมือของฮีซอลออกไป

"เพราะสำเนียงเกาหลีนายมันทุเรศจนฉันหมั่นไส้อ่ะ ทำไม! มีปัญหารึไง!" ฮีซอลว่าผม พร้อมกับเพิ่มแรงหยิก อ๊าาาาา เจ็บนะ ว่าแล้วฮีซอลก็เดินหงุดหงิดนำหน้าผมไป โกรธอะไรเนี่ย ผมต่างหากที่ต้องโกรธนะ ผมโดนทำร้ายร่างกายนะเห็นไหม!!!

"ฮีซอลนายโกรธอะไรฉันป่ะเนี่ย!!" ผมเดินตามฮีซอล แต่ว่านะหมอนั่นเดินเร็วชะมัด สุดท้ายเราสองคนก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้าน ฮีซอลหันมาแล้วจ้องหน้าผม

"ฉันกับนางเอกเอ็มวีของนาย! นายว่าใครสวยกว่ากัน.." ฮีซอลถาม..อ๊าาา รู้แล้วว่าโมโหเรื่องอะไร ผมยิ้มแป้น

"แน่นอนว่านาย" แหม...สถานการณ์แบบนี้ก็ตอบได้อย่างเดียวแหละฮะ ฮีซอลดูอารมณ์ดีขึ้น เฮ้อ..โล่งอก

"โธ่ ฉันก็นึกว่านายโมโหเรื่องไร กลัวว่าผู้หญิงคนนั้นสวยแล้วซีวอนจะไปชอบล่ะซี้ สบายใจได้หมอนั่นไม่แลใครเท่านายอีกแล้ว ถึงฉันว่าเขาสวย ซีวอนก็ไม่คิดตามฉันหรอก หายห่วงๆ"

ผมตบบ่าฮีซอล โถ คงกลัวซีวอนไปชอบผู้หญิงคนนั้นสินะ ถึงโมโหว่าผมบอกว่านางเอกเอ็มวีสวย

"โอ๊ยยยย" อยู่ๆผมก็โดนหยิกซ้ำอีก

"อ๊าา คราวนี้เรื่องอะไรอีกเนี่ย"

"ก็นายงี่เง่า! ซื่อบื้อจนน่าโมโหทำไมเล่า! ฮึ้ยยยยย" ฮีซอลดูโมโหมากเลย  อะไรอ่ะ ผมซื้อบื้ออะไรตรงไหน ยังไม่ทันทำอะไรเลยนะเนี่ย

"พูดเรื่องอะไรเนี่ยฉันไม่เห็นเข้าใจเลย!" ผมว่า อ่ะจ๊ากก โดนแน่ ผมหลับตาปี๋ เตรียมป้องกันตัวเองเต็มที่ด้วยการเอามือปิดแก้มทั้งสองข้างฮะ...แต่ว่าผิดคาด ฮีซอลกลับลงไปนั่งยองๆแล้วเอามือปิดหน้าแทน

เฮ้ยยย!! ร้องไห้ทำไมเนี่ย

ผมเริ่มทำตัวไม่ถูก แล้วค่อยๆก้มลงไปหาฮีซอล

"ฮีซอล..ร้องไห้เหรอ...ขอโทษนะ.." ถึงผมไม่รู้ว่าขอโทษทำไม..แต่ผมก็รู้สึกว่าฮีซอลร้องเพราะผม ฮีซอลยังคงก้มหน้าอยู่

"นายรู้หรือไงว่าฉันร้องไห้ทำไม" ฮีซอลว่า..เงยหน้าขึ้น..อ่าร้องจริงๆซะด้วยสิ ผมส่ายหน้า แล้วเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ช้าๆ ฮีซอลดูชะงักไปนิด

"ฉันร้องเพราะนายมันงี่เง่า! รู้ตัวไหมฮันคยอง ฉันร้องเพราะต่อให้คนทั้งโลกรู้ความรู้สึกฉัน นายก็ไม่มีวันรู้ ฉันร้องเพราะนาย! เพราะฉัน..ฉัน..."

ฮีซอลค้างไป ผมรู้สึกว่าบรรยากาศมันชักจะไม่ได้การ ผมยอมรับว่ากลัวว่าฮีซอลจะพูดอะไรออกมา

"เข้าบ้านเถอะ" ผมพูดเบาๆ แล้วลุกขึ้น แต่ฮีซอลกลับดึงผมลงมา แล้วจ้องหน้าผม ดวงตาที่แดงจากการร้องไห้เมื่อกี๊มันทำให้ผมใจสั่น

 

"ฉันเก็บมันไม่ไหวแล้วนะ.."

ไม่ ผมพยายามจะลุกขึ้น แต่ผมก็ได้ยินคำพูดต่อไปของฮีซอลอยู่ดี

 

"ฉันรักนาย ฮันคยอง"

I CAN'T STOP EP2

posted on 21 Oct 2009 00:32 by diyfiction

CHAPTER 2

 

ผมคิม คิบอมฮะ เจอกันอีกแล้ว ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในกองถ่ายละคร ครับ ในวงของเราเนี่ยมีผมกับพี่ฮีซอลที่มาเอาดีทางด้านการแสดง เพราะอย่างนั้นชีวิตของเราสองคนเลยอยู่ในกองถ่ายกันเป็นส่วนใหญ่ ผมสนิทกับพี่เขาเป็นพิเศษเพราะเราเล่นซิทคอมด้วยกันมาหลายเรื่อง อย่างเรื่องนี้ผมเล่นเป็นน้องชายของเขาครับ

ถึงจะรับบทเป็นพี่ชายของผม แต่ในบางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่าพี่เขาเหมือนพี่สาวมากกว่า คือพี่ฮีซอลเป็นผู้ชายที่หน้าตาสวยขนาดผู้หญิงเห็นแล้วอยากจะไปเกิดใหม่ครับและเพราะความสวยของพี่ฮีซอลแปรผันตรงกับความบ้าในตัว ผมเลยมักหัวเราะเสมอเวลาอยู่กับพี่ฮีซอลเขา แต่ความบ้าของพี่เขาก็แปรผันตรงกับความโหดเช่นเดียวกันครับ บ่อยครั้งผมเลยได้หัวเราะทั้งน้ำตา

เหมือนอย่างตอนนี้ที่พี่ฮีซอลกำลังอารมณ์ไม่ดีมากๆ ดีกรีความโหดก็อัพกราฟพุ่งยิ่งกว่าหุ้นขึ้นครับ ตั้งแต่เช้ามาเนี่ยผมโดนทั้งขึ้นทั้งล่องจริงๆผมเป็นคนไม่กลัวใครนะครับ แต่พี่ฮีซอลเนี่ยเป็นข้อยกเว้น แค่เห็นสายตาเวลาทำให้ขัดเคืองใจ ขาผมก็ชาเป็นตะคริวแล้ว

 

วันนี้พี่เขาเล่นละครได้ไม่ดีเท่าไหร่ เผลอไม่ได้เอาแต่จ้องโทรศัพท์ พอถามว่ารอใคร เขาก็บอกว่ารอโทรศัพท์แฟนอยู่

อ๊ะๆ ตกใจกันล่ะสิว่าพี่ฮีซอลมีแฟนแล้ว ครับแต่แฟนเซอร์วิชต่างหากล่ะ คือจริงๆสองคนนี้น่ะเป็นแฟนกันแค่ชื่อเท่านั้นแหละครับ ว่าแต่เขาคนนั้นคือใครงั้นเหรอ อยากรู้จริงๆเหรอครับ มานี่มาใกล้ๆ ผมจะกระซิบบอกให้ฟัง แต่นแตนแต๊นนน ผู้โชคดี(รึเปล่า?)คนนั้นก็คือ ชเว ซีวอน นั่นเอง

ซีวอนเป็นใคร? ซีวอนเป็นผู้ชายที่อาภัพที่สุดในโลก เกิดมาผมไม่เคยเจอใครชีวิตรันทดเท่าซีวอนเลยครับ เกิดในตระกูลชเว พ่อเป็นเจ้าของห้าง บ้านก็รวยแค่มีที่ดินพันกว่าไร่ ตัวก็สูงเกินร้อยแปดสิบ หน้าก็งั้นๆ ก็แค่ คิ้วเข้ม ตามีเสน่ห์ ยิ้มทีเห็นลักยิ้ม เฮ้อชีวิตรันทดมาก

นอกจากนั้นซีวอนก็เป็นคนขี้เล่นครับ ขี้อ้อนด้วย โดยเฉพาะกับพี่ฮีซอลนี่แหละยิ่งชอบอ้อน เลยยิ่งทำให้โดนแฟนคลับของเราจับคู่กันมากๆ แล้วเขาสองคนก็ไม่เคยปฏิเสธด้วยนะ กลับยิ่งเล่นเข้าไปใหญ่ พี่ฮีซอลน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ซีวอนนี่สิทำไปเพราะอยากแกล้งใครบางคนฮะ คือในวงเนี่ยเขารู้กันว่าทั้งสองคนน่ะเป็นแฟนกันในนาม แต่มีคนนึงซื้อ..ซื่อ ดันเชื่อสนิทอยู่คน ไม่ใช่ใครหรอก พวกคุณเดาถูกแล้ว....หนุ่มอิมพอร์ต หนึ่งในตำนานสามพีแห่งซุปเปอร์จูเนียร์คนนั้นแหละครับพี่ฮันคยอง

 

พี่ฮันคยองเป็นคนจีนคนเดียวในวงผมฮะ นิสัยพี่เขาซื้อซื่อมากๆเลยแหละ เลยโดนแกล้งเป็นประจำเลย ไม่เห็นจะเข้ากับหน้าตาเลยนะเนี่ย คือหน้าพี่เขาออกจะแบบร้ายๆหน่อยครับ เวลาขึ้นโชว์บนคอนเสริตหรือถ่ายแบบนะ จิกสายตาได้ร้ายแบบ โหหห..เป็นผู้ชาย 2 ภาครึเปล่าเนี่ย  แต่เอาจริงๆพี่ฮันน่ะเป็นพวกแมนออนสเตร็จฮะ คือบนเวทีจะเท่โฮกฮากแต่พอเท้าแตะพื้นปุ๊บก็เอ๋อรับประทานทันที และด้วยความเอ๋อนี่แหละครับ ที่ทำให้ทั้งพี่ฮีซอลกับซีวอนชอบคิดพิเรนท์แกล้ง ด้วยการลากพี่ฮันเข้าไปสู่วังวนรักสามเศร้าของเราสามคน ให้พี่ฮันได้กลุ้มเล่นด้วยประการละฉะนี้

 

"โธ่เว้ยยยยยยย!!!!!" อยู่ๆพี่ฮีซอลตะโกนขึ้นมาแบบคลุ้มคลั่ง ฮะ ผมขอใช้คำนี้แล้วกัน ง่า ผมกลัวว

"ทำไมไม่โทรมานะไอ้บ้า" ไม่พูดเปล่า พี่ฮีซอลแกเตะแมวที่เดินผ่านหน้าด้วยฮะ แต่เฮ้ย! นั่นมันแมวที่นักแสดงอีกคนต้องใช้เข้าฉากต่อไปนี่ โดนเข้าไปทีเดียวตอนนี้มันวิ่งออกกองถ่ายไปแล้วฮะ เอาล่ะสิสต๊าฟวุ่นกันใหญ่ พี่ฮีซอลคนเอาแต่ใจก็เหมือนไม่รับรู้เลยฮะว่าทำไรลงไป เอาแต่จ้องมองมือถือแล้วส่งรังสีอำมหิตออกจากตัวอย่างต่อเนื่อง

"พี่รอโทรศัพท์ซีวอนทำไมอ่ะ" ผมยอมเป็นหน่วยกล้าตายเดินเข้าไปถาม แต่พี่ฮีซอลใช้สายตาจิกผมประมาณเป็นคำว่า อย่ายุ่ง!’ ฮะ โอเคครับพี่ ผมไม่อยากรู้แล้ว เห็นอย่างนั้นแล้วผมก็ค่อยๆกระดื้บๆ ก้าวถอยหลังออกมา แล้วปล่อยให้สิ่งที่สงสัยมันกลายเป็นปริศนาคาใจต่อไป โธ่ ก็ผมจะไปทำอะไรได้ครับ ขนาดหัวหน้าวงอย่างพี่ลีทึกยังกลัวพี่ฮีซอลเลยคิดดู จะว่าไปผมไปช่วยสต๊าฟหาแมวดีกว่า ตอนนี้อยู่กับพี่ฮีซอลท่าจะไม่ปลอดภัย

 

"เมี้ยววว" เสียงแมวร้องดัง ท่าทางสต๊าฟจะเจอแล้วฮะ เขาอุ้มแมวเข้ามา...อืม แต่หน้าคุ้นๆจัง..

อ้าว ทงเฮ...!!

 

อยู่ๆทงเฮที่มาจากไหนไม่รู้ก็อุ้มแมวตัวนั้นเข้ามาฮะ เจ้าแมวนั่นร้องเหมียวๆอ้อนทงเฮใหญ่เลย ดูมันเลียหน้าทงเฮด้วยฮะ ทงเฮหัวเราะชอบใจเลยอุ้มมันขึ้นมาจุ๊บปาก แล้วไอ้แมวบ้ามันก็เลยเลียปากทงเฮอีกแมวตัวผู้ซะด้วย

อืมไม่รู้ทำไม ผมถึงรู้สึกอยากเตะแมวขึ้นมาตงิดๆ  

 

แต่….ตอนทงเฮเล่นกับแมวแบบนี้มันก็น่ารักดี... นะ

เฮ้ย~ ไม่ๆๆ นี่ผมเป็นอะไรกันเนี่ย ฟุ้งซ่านใหญ่แล้ว ไม่เอาๆคิบอม นายอย่าอินไปกับฟิคที่พี่คังอินอ่านนักซี่ ใช่แล้วเพราะฟิคเรื่องนั้นน่ะแหละใช่! เพราะเรื่องนั้นทีเดียว ผมเลยรู้สึกแปลกๆแบบนี้

 

"ทงเฮมาทำไมอ่ะ" เสียงพี่ฮีซอลถามขึ้น พร้อมกับแย่งเอาตัวเจ้าแมวที่ทงเฮกอดมากอดบ้าง แต่เจ้าแมวดิ้นพล่านเลยครับ แน่สิ ไม่แปลกหรอกฮะที่แมวกลัว ก็ขนาดผมยังกลัวเลยนี่นา ซักพักพี่ฮีซอลแกชักเริ่มหงุดหงิดที่แมวไม่อยู่นิ่งๆ หรือเพราะมันไม่อ้อนเขาเหมือนที่อ้อนทงเฮมันเลยทำให้เขาเสียหน้านี่แหละ  พี่ฮีซอลเขาเลยทุ่ม..ผมเน้นว่าทุ่มฮะ...ไอ้แมวลงบนโซฟาประกอบฉากอย่างหงุดหงิด (ไอ้แมวบ้าแกปฏิเสธฉัน!)

ช่างเป็นบุคคลที่….เกินจะบรรยายจริงๆ

ผมอึ้งไปซักพักแต่...ยอมรับเลยฮะว่าเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นดีเห็นงามกับพฤติกรรมโหดปนชั่วช้าของพี่ฮีซอล

 

"โหย..พี่ฮีซอลอ่ะ" ทงเฮรีบคว้าเจ้าแมวมาปลอบทันที เจ้าแมวสั่นงกๆในอ้อมกอดทงเฮ อืม...จะว่าไปก็น่าเห็นใจแกอยู่ เกิดมาคงไม่เคยเจออะไรน่ากลัวอย่างนี้...ซักพักสต๊าฟก็ขอตัวแมวไปถ่ายทำ ทงเฮเลยยื่นส่งให้ ก่อนไปทงเฮยังจุ๊บปากเจ้าแมวเป็นเชิงลาด้วยฮะ (เห็นแล้วมันน่าจะให้พี่ฮีซอลทุ่มอีกสักที)

"ตกลงว่ามาทำไม" พี่ฮีซอลที่ชักเริ่มเห็นทุกอย่างขวางหูขวางตาไปหมดถามทงเฮ

"ก็นะ..ซีวอนฝากให้ผมเอานี่มาให้" แล้วทงเฮก็ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ หยิบมือถือขึ้นมากดอะไรจึ๊กๆซักพัก แล้วก็เอามือถือของเขาจ่อหน้าพี่ฮีซอล พอพี่ฮีซอลเห็นเท่านั้นแหละ ยิ้มแป้นแบบคนละคนกับนางมารร้ายเมื่อกี๊นี้เลย อ๊าา อะไรอ่ะ สงสัยๆ.ขอผมดูมั่งเดะ ดูอะไรกันอ่ะ ดูมั่งนะๆ

แต่พอผมจะเขยิบเข้าไปดูด้วยเท่านั้นแหละ พี่ฮีซอลแกก็หันขวับมามองผมด้วยสายตา  -- โหด -- มากง่ะ...เฮือก ผมก้าวถอยหลังอีกรอบ น่ากลัวชะมัด ไม่ดูก็ได้คร๊าบบ

 

"โอ๋ๆ....." แล้วอยู่ๆทงเฮก็เอามือมาลูบหัวผม ปลอบผมแบบปลอบแมวเมื่อกี๊นี้เลย

 

ตึก...ตึก...ตึก..ใจผมเต้นแรงซะอย่างนั้น...

 

"คิบอมอย่าไปอยากรู้เล้ย..." ทงเฮพูดขึ้น ขณะมองไปที่พี่ฮีซอลที่กำลังส่งบลูทูธเอารูปนั้นเข้าเครื่องตัวเองอย่างมีความสุข รูปใครๆ โอ๊ย ถึงบอกว่าอย่าไปอยากรู้แต่คนมันก็อยากรู้นี่นา แล้วทงเฮก็ดึงผมลงมาแล้วกระซิบข้างๆหู..หน้าเราสองคนใกล้กันมาก

            "พี่ฮีซอล ชอบแกล้งคิบอม เดี๋ยวฉันแก้แค้นแทนคิบอมเองนะ"

อยู่ๆหน้าผมก็ร้อนขึ้นมา ผมไม่แปลกใจเลยถ้าอยู่ๆจะมีควันออกมาจากหูของผม แล้วจะแก้แค้นพี่ฮีซอลเหรอ ทำไงอ่ะ

"ทงเฮเจอซีวอนได้ไงอ่ะ" พี่ฮีซอลถามขึ้นมา น้ำเสียงดูอารมณ์ดีสุดๆ

"ผมกับฮยอคแจไปฟังเซียเขาอัดเพลง time less ฮะ แล้วเจอซีวอนกับพี่ฮันคยองกำลังถ่ายทำมิวสิคกันด้วย เลยนั่งดูแล้วสุดท้ายซีวอนก็บอกให้ผมเอานี่มาให้พี่เพราะพี่สั่งไว้"

"แล้วทำไมไม่ส่งมาเอง" จริงๆพี่ฮีซอลเขาก็ถามไปงั้นแหละฮะผมว่า ก็ดูพี่ฮีซอลเขาอารมณ์ดีแล้วนี่นา ซีวอนกลับไปไม่น่าจะโดนนะฮะ

"ก็เขาบอกว่าไม่งั้นจะไม่มีพยานเห็นพี่ตอนออกอาการฮะ ซีวอนบอกว่าให้ผมเก็บทุกกิริยาของพี่ตอนพี่ลืมตัวเห็นภาพนี้ไปเล่าให้เขาฟังอ่ะ" ทงเฮพูดยิ้มๆ พี่ฮีซอลผมเลยค้อนเข้าให้แต่ไม่ว่าอะไร แหม ถ้าไม่อารมณ์ดีพี่ฮีซอลคงไม่ปล่อยให้ทงเฮลอยนวลหรอกนะเนี่ย...

"แล้วอีกอย่างนะ " ทงเฮเอามือถือจากมือของพี่ฮีซอลไปกด แล้วยื่นให้พี่ฮีซอลดูพร้อมกับยิ้มแบบมีเลศนัย เหมือนมันจะเป็นอีกภาพนะฮะเนี่ย...โอ๊ยๆๆ คิบอมอยากดูครับ..

"ซีวอนเขาบอกว่าต้องเก็บให้ละเอียดยิบๆเลยนะว่าถ้าพี่ดูภาพนี้แล้วจะเป็นยังไงบ้าง" ทงเฮพยายามกลั้นหัวเราะ ขณะที่พี่ฮีซอลพอเห็นภาพนั้นแล้วก็ทำตาโตแบบน่ากลัวสไตล์เขา

"ไอ้...ไอ้...อ๊ากกกก" พี่ฮีซอลตะโกน...เง้อ ผมว่าน่ากลัวว่าตอนแรกอีกนะฮะเนี่ย ถึงผมจะอยากรู้แค่ไหนผมก็ไม่กล้าเจ๋อไปขอดูอีกแล้ว เฮ่ย ผมว่าพี่ฮีซอลดูสติแตกแล้วนะฮะ ทงเฮพยายามเอามือถือคืนเพราะพี่ฮีซอลทำท่าจะทุ่มมือถือลงพื้น หวาา ถ้ามีแมวซักตัวเดินผ่านผมว่า ไส้แตกฮะ

            "'งั้นผมกลับนะฮะ" ทงเฮที่คว้ามือถือคืนสำเร็จรีบล่ำลา  ปล่อยพี่ฮีซอลแกสติแตกอยู่เพียงลำพัง

"แก้แค้นให้แล้วนะคิบอมน้อย" ทงเฮเดินผ่านผมแล้วขยี้หัว..เออเฮอะ..ผมไม่ใช่เด็กนะทงเฮ..

 

แต่..ผมชอบ..ชอบจัง..ชอบเวลาทงเฮทำนี้อ่ะ..

เอ๋ๆ เปล่านะๆอย่าเข้าใจผิดกันล่ะ ที่บอกว่าชอบนะก็ทงเฮเป็นพี่ชายที่หน้าตาน่ารักต่างหาก แถมร่าเริงด้วย..ผมก็แค่..เฮ้อ..ก็เขาใจดีไง ชอบผิดรึไงอ่ะ

"ไปแล้วนะ ฮยอคแจคอย" ทงเฮพูด แล้วก็เดินออกไป...ฮึ่มๆๆ...ง่ะ...ไปเลยไป๊ สนิทกันจังเลยนะ ผมกอดอกแล้วมองทงเฮที่เดินออกไป ชักหงุดหงิดนะเนี่ย แต่ไม่ๆๆ...ผมต้องถ่ายฉากต่อไปนี่นา ทำอารมณ์ก่อนดีกว่าเดี๋ยวจำบทไม่ได้โดนด่าอีก..

 

แคว๊ก...แคว๊กกก...

เฮ้ย...เสียงอะไร..อ๊ะ นั่นๆๆ...พี่ฮีซอล พี่ฮีซอล นั่นมันบทละครนี่ อย่าฉี๊กกก...ผมเข้าไปห้ามพี่ฮีซอลที่กำลังฉีกบทละคร พี่ฮีซอลดูโมโหมากๆเลย อ๊ากก ~กลัว สรุปแล้วทงเฮไม่ได้แก้แค้นแต่เพิ่มความลำบากให้ผมนะเนี่ย

โฮ พี่ฮีซอลเป็นไรเนี่ย

พี่ฮีซอลสะบัดตัวออกจากผมแล้วไปนั่งอยู่คนเดียวตรงโซฟา...ท่าทางฮึดฮัดนั่นอ่อนลง คงจะเหนื่อยอ่ะฮะ อาละวาดหนักมันก็ต้องพักกันบ้าง...

 

"ซีวอนไอ้บ้า...กลับไปนายตายแน่..." ฮีซอลพูดฮึดฮัด..แต่ในใจกลับกำลังโกรธอีกคนมากกว่า แววตาแข็งกร้าวนั้นดูอ่อนลงเมื่อนึกถึง

"ฮันคยอง..นายมันไอ้งั่ง...ไอ้บ้า บ้า...บ้าที่สุดเลย..."

 


 

 

 

ฮะ..ฮัดเช่ยยยยยยยยย!!!!!!!

ผมฮันคยองครับ...ผมว่ามีคนแอบด่าผมนะนี่ย เพราะผมจามไม่หยุดตั้งแต่กลับจากกองถ่ายแล้ว แล้วไอ้บ้าซีวอนก็เป็นอะไรของมัน เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างๆผม ผมกลัวนะครับมันเหมือนคนบ้าเลยอ่ะไอ้ซีวอนอ่ะ แถมบางทีมันก็เหลือบมองผมแล้วทำสายตาลวนลามด้วย...หา ผมใช้คำผิดเหรอครับ ขอโทษครับ ผมไม่ค่อยแตกฉานภาษาเกาหลีเท่าไหร่ พูดก็สำเนียงกะเหรี่ยงๆ (เพื่อนๆในวงเขาว่างั้นอ่ะ) ว่าแต่ ใช้คำว่าลวนลามไม่ได้เหรอฮะ เพราะอะไรอ่ะ...อ๋อ เพราะแมนๆด้วยกันงั้นเหรอ อ้าว! แล้วคุณแน่ใจได้ไงว่าไอ้บ้านั่นมันแมนอ่ะ!

 

"เมื่อไหร่จะเลิกมองฉันวะซีวอน สยองนะเนี่ย" ยิ่งพูด ซีวอนก็ยิ่งหัวเราะ

"นายนี่น่าแกล้งชะมัดอ่ะ...ฮ่าๆๆ"

เว้ย ไอ้บ้า แล้วมาแกล้งผมทำไมเนี่ยไอ้โรคจิต...ไม่เอาแล้วผมไปนั่งข้างผู้จัดการดีกว่า แต่ตอนที่ผมกำลังจะลุก ไอ้ซีวอนก็มาฉุดผมไว้

"เฮ้ยจะไปไหน นั่งด้วยกันเด้"

นั่งให้แกแกล้งเรอะ..ไม่เอาหรอกฮะ ผมไม่ได้บ้านะ ไม่อยากต้องมาทนนั่งสยองสายตากรุ้มกริ่มกับอาการเดี๋ยวก็หัวเราะหึหึของมัน มันไม่ใช่เรื่องปกตินี่ครับ

"เอาน่า ไม่งั้นนะ ฉันจะเอารูปนี้ไปให้ทุกคนดู" ซีวอนใช้ไม้ตายที่ใช้กับผมมาตลอดทั้งวัน ว่าแล้วก็เอารูปในมือถือชูสลอนตรงหน้าผม ไอ้รูปตราบาป โว้ยยยย นั่งด้วยก็ได้วะ

ไอ้ซีวอนนะไอ้ซีวอน ใช่ซี๊ถิ่นแกนี่แกล้งได้แกล้งดี เดี๋ยวมันไปเที่ยวเมืองจีนเมื่อไหร่นะ เจอกันแน่ ว่าแต่สงสัยว่ารูปนั้นมันรูปอะไรงั้นเหรอฮะ อืมมม จะบอกดีไหมเนี่ย ก็แบบผมโดนพวกนั้นมันแกล้งอ่ะ จะใคร...ก็ตัวนำซีวอนแล้วก็ลูกสมุนอย่างทงเฮ ฮยอคแจแล้วก็เซียไงครับ

ไอ้เจ้าพวกนั้นอ่ะ ตอนที่ผมกำลังถ่ายรูปกับพี่ๆทีมงานและก็ดาราที่แสดงด้วยกัน พวกนั้นมันดันหัวผมจนไปจุ๊บแก้มดาราผู้หญิงข้างๆเลยครับ...แถมถ่ายรูปไว้ด้วย เหย ผมอายชะมัดเลย ตอนนี้ผมมองหน้าผู้หญิงคนนั้นไม่ติดแล้วนะเนี่ย...แถมยังเอารูปมาขู่ผมอีก ก็ถ้าซีวอนเอาไปโชว์ให้คนอื่นดูผมก็โดนล้อสามเดือนยังไม่เลิกแน่ หึยยย ทำไมถึงเป็นผมทุกทีที่โดนแกล้งนะ...โอ๊ย หงุดหงิดๆ

ซักพักรถของพวกเราก็มาจอดที่บ้านเสียที ผมและซีวอนเดินลงมาจากรถ ขอบคุณพี่ที่มาส่งแล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน ซีวอนยังยิ้มบ้าๆแบบเดิมตลอดทางเลย ไอ้หมอนี่นี่โรคจิตชะมัด

 

"โอ๊ะโอ พ่อหนุ่มไวไฟกลับบ้านแล้ว" เสียงคังอินฮะอ๊ากกกก

ป่านนี้คงรู้กันทั้งบ้านแล้วมั้งเนี่ย ก็ถ้าคังอินรู้ก็เหมือนคนทั้งโลกรู้แหละฮะผมหันไปมองฮยอคแจกับทงเฮที่แท็คมือกันอย่างสะใจ รู้แล้วว่าใครโทรโข่ง!

"โหยรู้ไหมเนี่ย ฉันโดนซีวอนขู่ตลอดทางเลย พวกนายกลับเอามาแฉอย่างนี้ที่ฉันโดนโขกสับไปมันก็เสียเปล่าสิ" ผมพูดฮึดฮัด พวกนั้นหัวเราะกันใหญ่ แล้วทงเฮก็เดินมาโอบคอผม เอียงคอมาซบตรงไหล่อย่างอ้อนๆ

"โอ๋ๆ พี่ฮะ พวกเรารักหรอกจึงหยอกเล่น เนอะๆ" ทงเฮตัวดีหันไปพยักเพยิดกับฮยอคแจตัวร้ายฮะ...เข้ากันดีเชียวคู่หูนรก

"เพราะว่าพี่น่ารักเลยแกล้งหรอกนะเนี่ย.." ฮยอคแจว่า ทงเฮพยักหน้าหงึกๆ

"ถ้าผมเป็นผู้หญิงนะ จีบพี่ฮันคยองไปแล้วนะเนี่ย ติดว่าผมเป็นผู้ชายอ่ะเด้ เดี๋ยวพี่ฮันคยองรับไม่ได้..." ลูกปลาน้อยพูดเสียงอ้อนเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากผม ทงเฮเป็นน้องที่น่ารักฮะถ้าไม่ติดว่าขี้แกล้งขึ้นสมองน่ะนะจะเป็นน้องรักกว่านี้อีกเยอะเลย

"โหย ทงเฮเป็นผู้ชายยังน่ารักกว่าผู้หญิงอีก..มามา ฉันไม่ถือหรอก" ผมพูดติดตลก ทำท่าจะจับกดหนุ่มน้อยตัวดีที่ซบอยู่แต่เผอิญตกใจเสียงดังปั้งจากประตูซะก่อนอ่ะเซ่ ว่าแต่ใครวะ ปิดประตูซะดังเชียว

 

"กลับมาแล้วเหรอคิบอม " ผมทักหนุ่มน้อยหน้าหล่อที่เพิ่งกลับมา

ไอ้คนปิดประตู คิบอมนี่เอง...แต่ตอนนี้ดูอารมณ์เสียอะไรบางอย่างแฮะ เอ๋ แล้วทำไมมองผมด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ  ง่า แอบกลัวเล็กๆแฮะ ไปกินรังแตนที่ไหนมาเนี่ย

ผมลุกขึ้นยืนแล้วกวาดสายตามองหาใครบางคนที่น่าจะมาด้วยกัน ไม่ทันจะเปิดปากถาม ทงเฮที่โดนผมจับกดเมื่อกี๊ก็ถามขึ้นพลางเปลี่ยนท่ามาเป็นยืนกอดคอผม

"คิบอม พี่ฮีซอลอ่ะ ไม่มาด้วยเหรอ " ทงเฮถาม โอ๊ยย ขอบใจน้องรัก ถามถูกประเด็น ถูกเวลา ผมกำลังอยากรู้พอดี ว่าแล้วผมเลยหอมแก้มทงเฮไปหนึ่งฟอด ไม่ใช่ไรหรอกฮะ ผมก็หอมเขาประจำแหละ ทงเฮน่ารักนี่ ไม่ต้องมาทำวี๊ดวิ้วกันหรอกฮะ  ผมไม่ใช่เกย์ไม่ได้ชอบผู้ชาย อ่ะๆ อย่ามาลุ้น ผมอ่ะคิดว่าทงเฮเป็นน้องนะแล้วพี่ชายจะหอมน้องอ่ะมันผิดเหรอ..โอ๊ยยย!!

"โอ๊ะ ขอโทษฮะพี่..ไม่ได้ตั้งใจ"  อะ..ไอ้คิบอมมันเหยียบเท้าผมฮะ..มันเดินผ่านผมแล้วเหยียบผมจังๆที่เท้า โอ๊ยยยย เจ็บนะเนี่ย คิบอมยิ้มให้ผม ยกมือขึ้นเป็นเชิงขอโทษ ง่ายิ้มน่ารักผมให้อภัยก็ได้ฮะ ท่าทางไม่ได้ตั้งใจจริงๆ (เหรอ)

"โอ๋ๆ ไม่เจ็บๆเด๋วผมเป่าให้..." ทงเฮปลอบ ผมยิ้มแต่ โอ๊ยยยย อ๊ะ ผมหันไปมองฮยอคแจเดินมาเหยียบเท้าผมอีกคนอะไรกันเนี่ย

"เฮ้ยโทษพี่ ไม่ได้ตั้งใจ ทางผ่านอ่ะ" ง่า ผมขยับถอยหลังชิดกำแพง ทางผ่านไรวะ จงใจชัดๆ โฮ ผมโดนเด็กรังแกอ่า ผมทำไรผิดเนี่ย งงไปหมดแล้วนะ

 

"ซีวอนมานี่เด๊ะ" ผมเรียกซีวอน มันที่กำลังยืนหัวเราะเดินเข้ามาใกล้ผม

"ฉันทำไรผิดปะเนี่ย"

            "เฮ่ยไม่รู้จริงอ่ะ" ซีวอนมองผมตาโต ทำหน้าไม่เชื่อ

"จะไปรู้ได้ไงเล่า" ผมว่าเสียงหงุดหงิด  ซีวอนมองผมแล้วส่ายหน้า

"เอาล่ะนะฉันจะเสียสละตัวเองอธิบายให้ฟังนะ" เอ๋ เสียสละตัวเองหมายความว่าไง ขณะที่ผมกำลังงง ซีวอนก็ดึงน้องชายผมเข้าไปจุ๊บที่แก้มซ้าย 1 ทีก่อนที่หน้าหล่อเจ้าเล่ห์ของมันจะพูดว่า

            "ทงเฮ คิดถึงว่ะ" ซีวอนอ้อนทงเฮ ทงเฮทำหน้างงๆก่อนจะหัวเราะ

            "ซีวอนคิดถึงว่ะ " แล้วทงเฮก็จุ๊บตอบ นึกว่าซีวอนเล่นด้วย ซีวอนยิ้มกริ่มก่อนจะพยักเพยิดให้ผมมองไปทาง 2 คนนั่น ผมหันไปมอง  คิบอมทำหน้าเหมือนปวดขี้ดูท่าทางระงับๆอารมณ์ ส่วนฮยอคแจกำลังกำหมัดแน่น ...อืม  แล้วไงอ่ะ ผมหันมาทางซีวอนแล้วทำหน้าไม่เข้าใจ ไหนซีวอนว่าจะอธิบายไง..ไม่เห็นเข้าใจเลย

เอ..หรือผมบื้อเกินไป...ไม่หรอกเนอะ

ซีวอนทำท่าจนปัญญาใส่ผมฮะ โหย อย่าทำท่าทางอย่างนั้นนะ ผมไม่ได้เข้าใจอะไรยากซะหน่อย แต่นายอ่ะแหละอธิบายไม่ดี

 

"เฮ้ยฮยอกแจๆ ฉากเด็ดมาแล้วเว้ย" เสียงตะโกนจากห้องนอนของลีทึกดังขึ้น พร้อมกับเสียงวี๊ดวิ่วของคังอิน ชินดง และคนอื่นๆ (เฮ้อ มันเยอะอ่ะฮะจะให้พูดหมดก็ขี้เกียจ)

"ดูอะไรอ่ะ" ผมถาม

"ฉากเด็ดในไททานิก" ฮยอคแจพูด อะไรนะ ไททานิคนี่มันหนังสามชาติที่แล้วพวกนายยังดูกันอีกเรอะ

"ป่ะป่ะ ทงเฮไปดูกันเถอะ" แล้วฮยอคแจก็โอบคอทงเฮให้เดินไปด้วยกัน มองซีวอนตาขวางๆ สายตาเหมือนเคืองๆอะไรซีวอนอยู่เลยน้า เอ๊ะหรือว่า...

ผมชักเอะใจ...ผมพอจะเข้าใจฮยอคแจแล้ว….คงเพราะซีวอน...ซีวอนขวางทางใช่ม้า...เอ๊ ซีวอนเนี่ยก็หลบไปเด๊ เดี๋ยวก็โดนเหยียบเท้าหรอก

ผมดันซีวอนให้หลบทางฮยอคแจ เอ๊ บื้อจริงๆซีวอนเนี่ยไปขวางชาวบ้านเขาจะเดินอีก

 

"คิบอม" ทงเฮหยุดกึกหน้าประตูห้องลีทึก ผละจากฮยอคแจ แล้ววิ่งมาหาคิบอมที่ยืนทำหน้าหงอยๆ

"ไปดูด้วยกันไหม ฉากเด็ดเลย ฉากโรสแก้ผ้าให้วาดรูปนะ  อ๊ะๆ หุ่นยังงี้เลย" พูดแล้ววาดอากาศเป็นรูปทรวดทรงผู้หญิง

"ป่ะๆ" ทงเฮโอบคอคิบอมเดินเข้าห้อง แล้วตะโกนพูดกับคังอิน "พี่อ่ะ กรอกลับเลย เร็วๆๆ" ว่าแล้วทงเฮก็นอนบนตักคิบอมที่ยิ้มแป้น แล้วฮยอคแจก็นอนบนตักทงเฮอีกที แถมพ่อหนุ่มฮยอกแจยังตั้งใจนอนก่ายเกกเอาเท้าหันไปซีวอนที่เดินไปสมทบจะดูด้วยอีกต่างหาก

อืมๆ..เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ว่าแต่ ฮีซอลหายไปไหนเนี่ย

 

 


 

 

ตอนนี้สมาชิกในวงของผมอยู่กันอย่างพร้อมหน้าที่ห้องของลีทึก หึหึ คังอินมันกรอฉากโรสแก้ผ้ามาห้ารอบแล้วฮะ  อ้อ ที่บอกว่าอยู่กันครบ แต่ยกเว้นฮันคยองที่ไปอาบน้ำนะ โอ้ ลืมไปขาดฮีซอลอีกคนนี่นา ขานี้เขาหายไปไหนน้า

 

อ๊ะๆ ผมลืมแนะนำตัวเองไปสนิทเลย...

ผม  ชเว ซีวอน คนที่หน้าตาดีที่สุดในวงไงฮะ ห๊ะ? หลงตัวเองเหรอ ไม่นะ เรียกว่ารู้ตัวเองดีกว่าไหมฮะ ฮ่าๆ ผมล้อเล่นน่ะ

 

ตอนนี้ผมกำลังหงุดหงิดเพราะไอ้ไก่ฮยอคแจพยายามใช้เท้าไล่ผมให้ออกไปจากอาณาบริเวณนั้น โฮ ผมโดนกลั่นแกล้งฮะ ร๊งโรสมานั่งแก้ผ้าตรงหน้า แต่ผมไม่มีสมาธิดูเลย โธ่เอ้ย กะอีแค่ผมแกล้งนิดเดียวทำไมต้องตามอาฆาตด้วยก็ไม่รู้ ไม่รู้จะหวงอะไรนักหนา ถ้าทงเฮจับไต๋ได้นะ ผมจะหัวเราะมันเอาให้สะใจตาย

            ไม่รู้จักเก็บอาการซะเล้ย สู้คิบอมไม่ได้เห็นมะ รายนั้นน่ะสงบเสงี่ยม  เอ่อ...ถือว่าเมื่อกี๊ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปแล้วกันนะฮะ เพราะตอนนี้คิบอมมันมองทงเฮที่หลับไปแล้วบนตักมันตาเยิ้มเลยดูเดะ แต่ไอ้นี่มันเป็นประเภทไม่รู้ใจตัวเอง แถมยังหลอกตัวเองอีกต่างหาก พักหลังๆผมว่าคิบอมมันใกล้บ้าเต็มทีแล้วอ่ะฮะ พอมันเผลอมองทงเฮนานๆมันจะเรียกสติตัวเองด้วยการเอาหัวโขกๆกำแพงฮะ ผมล่ะกลัวสมองมันกระทบกระเทือนจัง พักหลังๆมันยิ่งเอ๋อๆอยู่

ส่วนตัวการที่ทำให้คิบอมเป็นอย่างงี้กำลังนอนหลับปุ๋ยบนตักคิบอมฮะ รายนี้น่ะไม่รู้อะไรกับเขาซะเล้ย ไม่รู้ว่าไร้เดียงสาหรือว่าร้ายเดียงสากันแน่

ก็ดูสิฮะ ทั้งคิบอม ฮยอคแจหัวปั่นเพราะทงเฮคนเดียวเลย แต่สับสนกันคนละแบบฮะ ผมว่า คิบอมสับสนว่าตัวเองชอบผู้ชายรึเปล่า แต่ฮยอคแจไม่มั่นใจว่าทงเฮจะเคะรึเปล่าฮะ

เอ๋ ทำไมผมรู้ดีจังเหรอฮะ...

แหะๆ ก็อย่างว่าล่ะฮะ ผมเป็นคนละเอียดอ่อนแล้วก็ช่างสังเกตอ่ะฮะ

(ไม่ใช่เจือกหรือซิมบ้า...)

จริงๆทงเฮก็น่ารักนะฮะแต่ไม่ค่อยสเป๊กผมเท่าไหร่ ผมไม่ชอบแรดเงียบฮะ ผมชอบแรดเปิดเผยอย่างฮีซอลมากกว่า รายนั้น เซ็กซี่ นอตี้ บิชชี่ มากฮะ แถมด้วย โหด ชั่วช้า เอาแต่ใจ ไร้มารยาท..

เอ่อ ผมล้อเล่นฮะ พูดมากไปเดี๋ยวตายตั้งแต่ยังหนุ่มซวยเลย

ว่าก็ว่านะฮะคนอื่นๆเขาพากันหลับตามทงเฮไปหมดแล้วนะเนี่ย เหลือแต่คังอินที่กำลังกรอกลับฉากโรสเป็นรอบที่ 6 เหอะๆ อยากมอบรางวัลหื่นคงเส้นคงวาอวอร์ดให้มันจัง แต่ผมว่าผมออกไปข้างนอกไกลๆตีนฮยอคแจดีกว่า (หลับแล้วยังละเมอเตะผมอยู่เลย) ผมออกไปนอกห้องแล้วก็ตรงไปที่ตู้เย็นทันที หิวอ่ะ หาไรกินดีกว่า ไม่รู้ว่ามีคนซื้ออะไรมาไว้ในตู้เย็นบ้างไหมเนี่ย

 

-- ของชินดง ใครกินตาย --

 

ผมเจอข้อความที่แปะอยู่บนขนมและน้ำอัดลม แปะอย่างนี้ประมาณ 10 กว่าอันในตู้เย็น --- อืมมมมไอ้ชินดง ไอ้งก งั้นเปลี่ยนมากินบะหมี่ดีกว่า อาหารหลักของเอสเจเลยนะเนี้ย เอ..รสไรดีน้า ผมเปิดตู้กับข้าว  ว้าว... บะหมี่เต็มตู้เลย

 

--- มาม่าคังอิน 5 ทุ่มจะมาต้ม ---

 

--- ไม่อยากเจอเตะอย่าหยิบ ของซองมิน ---

 

--- คยูฮยอนจอง ---

 

--- ถ้ากูหิว มาไม่เจอซองนี้ มึงตาย จากลีทึก ---

 

มีข้อความแปะอยู่บนทุกซองที่มีในตู้เลยฮะ ฮือๆ  เดี๋ยวนี้พวกนั้นต้องทำอะไรขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ยิ่งไอ้หัวหน้าวงทำไมเป็นงี้เนี่ย!!

แต่ เอ๊ะๆๆๆ นั่นๆๆๆ เหลืออยู่ซองนึงไม่ได้แปะอะไรไว้ ผมรีบคว้ามันด้วยชีวิต สำรวจทั่วซองไม่มีกระดาษไรแปะไว้เลย ยะฮู้ งั้นก็เสร็จผมเถอะนะ แล้วผมก็จัดการกับซองนั้นทันที เอาลงต้มไม่กี่นาทีก็เสร็จแล้ว ฉุย ~~ ฟื้ดด หอมจังฮะ...ว่าแล้วผมก็ยกมันมาวางบนโต๊ะ ฉีกตะเกียบแล้วก็..

 

"อ๊ากกกกกกกก ซีวอนนนนนนนนนนน!!!!"

อะไร... เฮ้ยยยย  เพราะตกใจเสียงตะโกนของคิบอม มือผมเลยโดนชามบะหมี่ที่ร้อนจัด!! อ๊าาา แสบๆๆๆ

เอ่อ..นั่นน่ะความผิดฉันเหรอคิบอมถามเสียงอ่อย  มองดูมือผมที่พองจนแดงด้วยสายตาสำนึกผิด...เฮอะ ความผิดป้าข้างบ้านมั้งถามมาได้

ง่า โทษทีเว้ยซีวอน"

"เออๆช่างเหอะ นั่งๆ กินบะหมี่ป่ะ" อืม..โปรดเข้าใจด้วยว่านี่คือการถามตามมารยาท

"ขอบใจนะ" ไม่พูดเปล่ามันเล่นลากเก้าอี้มานั่งข้างๆผมแบบลงหลักปักฐาน คิบอมคว้าชามบะหมี่ตรงหน้าผมไปกินต่อหน้าต่อตา เฮ้ย แค่ชิมพอเว้ย ผมคว้าชามกลับมา

เอาล่ะ ไหนเล่ามาซิว่านายตะโกนเรียกฉันทำไมไอ้คิบอมสะดุ้งเล็กน้อยกับคำถาม โถ...น่าเอ็นดูตาย ถามแค่นี้ทำขวัญอ่อน

น...นาย...คิบอมเริ่มพูดอย่างตะกุกตะกัก หน้าแดงๆ ไมวะเผ็ดเหรอ...รสกิมจิเนี่ยนะ

 

"นายนี่ไม่ได้เป็นแฟนกับพี่ฮีซอลจริงๆใช่ไหมเนี่ย..."

 

เคร้ง...ผมทำตะเกียบตกฮะ..อยู่ๆมาถามทำไมเนี่ย แล้วถามอะไรบ้าๆ ใครๆเขาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่าแค่แฟนเซอร์วิช (ยกเว้นฮันคยองฮะ รายนั้นไม่เคยรู้อะไรกะใครเขาเล้ย) ไม่ยักรู้ว่าไอ้คิบอมมันไม่รู้นะเนี่ย เห็นคิบอมจ้องคาดคั้นเอาคำตอบ ผมก็พยักหน้าตอบเสียมิได้

 

"อ้อ..."

คิบอมเงียบไปซักพักก่อนจะทำหน้าเหมือนลังเลอะไรซักอย่าง...

เอาจริงๆ ฉันก็รู้อยู่แล้วแหละนะว่านายกับพี่ฮีซอลไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆน่ะ แต่แบบว่า แล้วเอ่อ...อืม..." จะพูดอะไรล่ะนั่น เอ่อๆๆ อืมๆๆอยู่ได้

"แล้ว...??" ผมพยายามเขยิบเข้ามาใกล้ๆ เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ คิบอมยังก้มหน้า..ถามอะไรไม่รู้ดังงุบงิบๆ

"โอ๊ยยย...ไม่รู้เรื่อง..." ไม่ฟงไม่ฟังมันแล้วเดี๋ยวเส้นอืดหมด...ผมก้มหน้าเตรียมจะโซ้ยบะหมี่ต่อไป..คิบอมเลยพูดขึ้นมาแบบเสียงเบาโคตรๆ

 

"นายเคยมีประสบการณ์ เอ่อ...แบบว่า...หลงรักผู้ชายบ้างไหม"

 

หา !!!!!!!

 

คำถามที่ได้ยิน ทำเอาผมตกใจจนลื่นตกเก้าอี้ ผมเห็นคิบอมค่อยๆชะเง้อหัวลงมาดูผมที่ลื่นตกลงไปอย่างไม่เป็นท่า ก่อนจะถามเบาๆอีกครั้ง

 

แล้ว... ตกลงว่าไงอ่ะ...

อืม...ช่างเป็นคำถามที่อยู่เหนือความคาดหมายจริงๆ คิม คิบอม

 

 

 

I CAN'T STOP EP1

posted on 21 Oct 2009 00:29 by diyfiction

 

Intro



ผมรู้ครับ…ว่าเรื่องบางเรื่องมันไม่ได้หยุด Stop กันง่ายๆเหมือนแค่กดปุ่มสี่เหลี่ยมบนเครื่องเล่นดีวีดีหรอก
ผมก็รู้…แต่ผมก็แอบหวังว่าบางทีพวกคุณอาจจะมีวิธี…
ถ้ายังไงช่วยกระซิบเบาๆบอกผมทีเถอะนะครับ…


     
บอกผมที…ว่าผมจะหยุดความรู้สึกนี้ยังไง…



CHAPTER 1

สวัสดีครับ ผม คิมคิบอม หนึ่งในสมาชิกในวง Super Junier ครับผม  อ่า…รู้จักวงของผมใช่ไหมครับ…Super Junier ผมแน่ใจว่าถึงคุณจะไม่จบจากโรงเรียนนานาชาติก็น่าแปลชื่อวงของผมออก ครับ…ถึงพวกผมจะขึ้นชื่อว่าเป็นไอ้เด็กยอดมนุษย์ แต่ไม่มีใครวงผมนุ่งกางในไว้ข้างนอกนะครับ วางใจได้


วงของเรามีสมาชิกอยู่ 13 คน เยอะล่ะสิ ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ หารค่าตัวกันทีนี่เครียดกันเลยทีเดียว เมื่อก่อนวงของเราเคยมีอยู่ 12 คนครับ (ซึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างเท่าไหร่) ตอนนั้นผมยังเป็นน้องเล็กที่สุดในวงอยู่เลย แล้วการเป็นน้องเล็กในหมู่พี่ๆชอบแกล้งเนี่ยมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยซักนิด และทั้งที่ผมต้องทรมานทรกรรมแค่ไหนกับไอ้ตำแหน่งนั้น แต่พอคยูฮยอนเข้ามาผมก็ไม่เข้าใจนักหรอก ก็ทีกับคยูฮยอนไม่เห็นจะมีใครแกล้งเลย

13 คน….แล้วมันประกอบไปด้วยใครบ้างน่ะหรือครับ ก็มีผม…ทงเฮ พี่ลีทึก พี่ฮีซอล พี่ฮันคยอง พี่คังอิน พี่เยซอง ซีวอน ซองมิน คยูฮยอน ชินดง ฮยอกแจ และก็รยออุค…ครบแล้วครับ ถามจริง บอกไปนี่จำได้ไหม วงเราคนเยอะขนาดตั้งทีมฟุตบอลมาทีม คนก็ยังเหลือเลยฮะคิดดู เพราะงั้นถ้าจำไม่ได้ไม่ต้องร้องไห้นะครับ (โอ๋ๆ) อีกอย่างถ้าพวกคุณไม่เคยรู้จักพวกเรามาก่อน ผมพนันได้เลยว่าเห็นเรา 13 คนแวบแรกจะคิดว่าเราหน้าตาเหมือนๆกันหมด (แต่คุณจะคิดว่าผมหล่อกว่าคนอื่นอยู่นิดนึงครับ เชื่อผม)


สมาชิกในวงเราอาศัยอยู่รวมกันครับ แต่ที่พักของเราไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักหรอก ทุกวันมันก็วุ่นวายและแออัดจนบางทีผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเราอยู่ด้วยกันไปได้ยังไง อย่างวันนี้สมาชิกบางคนไม่มีงานเลยมารวมกันอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ปกติก็แคบอยู่แล้ว แต่พอผู้ชาย 6 คนเลือกจะมาเกลือกกลิ้งหน้าทีวีพร้อมกันมันเลยยิ่งแคบเข้าไปถนัด ลองคิดดูสิครับ ขนาดอยู่กันแค่ครึ่งนึงยังปลากระป๋องซะขนาดนี้ ถ้าอยู่กันครบล่ะก็มีหวัง…
แล้วที่สำคัญยังมีแต่พวกตัวเป้งแบบนี้ รับรองฮะว่ามันไม่มีทางจะเป็นวันที่สงบสุขแน่ๆ

"เฮ้ย เรื่องนี้สยิวชะมัดเลยว่ะ" เสียงตะโกนอย่างสะใจของพี่คังอินดังขึ้นมาจากตรงโซนเล่นคอมพิวเตอร์ ทำให้หลายคนละกิจกรรมที่ทำอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นไปมอง หัวเราะแล้วก็ถามอย่างอารมณ์ดี


"ใครๆคราวนี้คู่ใคร" เสียงของพี่ลีทึก ท่านหัวหน้าวงซุปเปอร์เด็ก (แต่วัยไม่เด็ก) ตะโกนถามดังกว่าใครเพื่อน
"เดี๋ยวอ่านให้ฟังก็รู้เอง ฮึๆ" ไม่พูดเปล่า พี่คังอินเล่นกดสั่งปริ๊นท์เสียอย่างนั้น พอปริ๊นท์เสร็จ คนตัวใหญ่ก็กลิ้งหลุนๆไปนอนทับฮยอกแจที่กำลังนอนทับชินดงอีกทีแล้วเริ่มต้นอ่านท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนอื่นๆที่เห็นชินดงทำท่าจะจุกตาย ก็ตอนแรกฮยอคแจอ่ะหนักไม่เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้พี่หมีนี่สิ...ชินดงก็ชินดงเถอะ ไส้แตกกันพอดี

จะอะไรเหรอฮะที่พี่คังอินกำลังจะอ่าน บทความจรรโลงใจ? ข่าวการเมือง? ความรู้รอบตัว? หยุดความคิดนั้นไปเลยฮะ ถ้ามันมีสาระเกิน 30% น่ะ คิมยองอุนหรือคังอินคนนี้ไม่มีทางชายตาแลมาอ่านหรอก แต่ที่พี่เขาสนใจนักหนามันคือสิ่งนี้ต่างหาก
ก็ฟิควายไงฮะ

ใช่ครับ... มันก็คือฟิคที่บรรดาแฟนคลับพวกผมแต่งขึ้น และใช้ตัวละครเป็นพวกผมทั้งหมด ที่สำคัญดันจับคู่ให้เสร็จสรรพ คนโน้นคู่คนนี้ มีรักสามเส้าบ้าง บางทีคนโน้นในเรื่องนี้เป็นคิง อีกเรื่องเป็นควีน อืม สับสนไปหมดแหละฮะ อย่างกับไส้เดือนเลยมี 2 เพศ แต่รู้สึกว่าเรื่องพวกนี้มันจะเป็นที่นิยมและชื่นชอบยิ่งกว่าฟิคชายหญิงเสียอีก เฮ้อ ผมไม่เข้าใจพวกผู้หญิงจริงจริ๊ง ชอบพวกเรา แล้วทำไมอยากให้พวกเราเป็นเกย์กันน้า

ผมว่านะฮะ มันแบบ..ค่อนข้างตลกอ่ะ ผมกับคนในกลุ่มขำตลอดเวลาเข้าไปในอินเตอร์เนตแล้วเจออะไรแบบนี้ จริงๆผมน่ะตอนแรกก็ตกใจอยู่ ใครจะไปทำใจได้ โดนจับจินตนาการเลยเถิดกับพี่ๆในวง แต่พี่คังอินเขาชอบปริ๊นท์ออกมาอ่านเล่นฮะ  ตอนนี้เลยชินกลายเป็นโจ๊กประจำวงไปแล้ว อ่านไปก็หัวเราะไป ยิ่งตอนที่สยิวๆนะฮะ พี่คังอินจะตะโกนอ่านเสียงดังลั่นบ้าน อย่างคราวนี้ก็อีก…ไม่รู้ว่าไปเจอเรื่องของใครมา

"ทงเฮ ฉันรักนาย รักมากนะ คิบอมคนนี้รักนายมากๆ กร๊ากกกก"

เวร...เรื่องของตูนี่หว่า

ผมกับทงเฮมักโดนจับคู่กันอยู่บ่อยๆครับ ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะพี่คังอินปริ้นท์ฟิคมาอ่านทีไรก็เป็นคู่ผมกับทงเฮอยู่เรื่อยเลย ผมหันไปมองทงเฮที่หัวเราะร่าอย่างไม่รู้สึกรู้สาไปกับเรื่องที่พี่คังอินอ่าน เฮ้อ…รายนี้ไม่เคยเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรหรอกครับ ชอบฟังเสียด้วย เขาว่ามันตลกดีครับ แล้วทงเฮคนรักของผม (ในเรื่องฮะในเรื่อง) ก็ถามขึ้นมาว่า


"ว่าแต่ใครเป็นฝ่ายรับอ่ะ ห๊า! ฉันอีกแล้วเหรอ!!" ทงเฮทำหน้ายู่อย่างไม่พอใจเมื่อพี่คังอินชี้มาที่เขาแล้วหัวเราะ เฮ้อ สรุปคราวนี้ผมแมนฮะ ค่อยโล่งอก


"ว้า คิบอมมันแมนว่าฉันตรงไหนอ่ะ! สูงกว่านิดเดียวเอง" ทงเฮหันไปถามฮยอคแจที่กำลังถีบพี่คังอินให้ออกไปจากตัว ส่วนตอนนี้พี่ลีทึกวิ่งไปเอายาดมใช้ชินดงฮะ


"ก็ ถามคิบอมเดะ" ฮยอกแจโบ้ยมาให้ผม แล้วทงเฮก็หันมาทางผมไม่ใช่แค่นั้นนะฮะทงเฮยังเดินมาใกล้ๆ 1เมตร 50 เซ็น 10 เซ็น 5 เซ็น เอ่อ…ใกล้ไปแล้วล่ะทงเฮ ทะ ทำไมต้องมาใกล้ขนาดนี้ด้วย ยังไม่ทันจะพูดอะไรทงเฮก็ออกแรงผลักผมจนชิดกำแพงก่อนจะเขยิบหน้ามาใกล้ๆ เสียงของทงเฮดังแผ่วเบาข้างหู

"คิบอม ฉันรักนาย รักมากนะ ทงเฮคนนี้รักนายมากๆ"

ผมรู้สึกเลยว่าผมลืมหายใจไปหลายวินาที ทงเฮ ละ...ล้อเล่นอะไรกันนี่  แล้วไม่พูดเปล่า ทงเฮจ้องตาผมแล้วส่งสายตาเสียซึ้ง แถมยังคว้ามือของผมไปวางตรงตำแหน่งหัวใจของเขาด้วย

แต่ เอ๊ะ แล้วนี่ผมเป็นอะไร ทำไมหน้ามันร้อนๆ ใจมันเต้น
…เต้นแรงแปลกๆ

"โธ่เอ๊ย! เห็นมะ บทนี้เหมาะกับฉันมากกว่าอีก ฮ่าฮ่า" ทงเฮผละจากผมแล้วหันไปยักคิ้วให้พี่คนอื่นๆที่ร่วมกันหัวเราะท้องแข็ง อะ..อะไรกัน ! ขำตรงไหน ไม่เห็นตลกเลยนะเนี่ย ก็ผม..ผมน่ะ เอ๊ะ แล้วผมเป็นอะไรล่ะเนี่ย ทำไมมือขวาของผมที่จับตรงตำแหน่งหัวใจสัมผัสได้ชัดๆเลยนะว่ามันเต้นแรงมาก โอ๊ยย นี่ผมเป็นอะไรเนี่ย

"แต่ว่านะ" พี่คังอินตะโกนแทรกเสียงหัวเราะของคนอื่นๆ ผมก็หันไปฟังอย่างสนใจ ทำเป็นลืมเรื่องที่ใจเต้นเมื่อกี๊ซะ โธ่เอ๊ย มันไม่มีอะไรหรอกน่า ก็อยู่ๆฟังเรื่องแบบนั้น แล้วทงเฮก็เอาหน้ามาใกล้ ผมก็เลย…
"ในนี้บอกว่าฮยอคแจเป็นมือที่สามด้วยนะ ‘ทงเฮ ฉันรักนาย ฉันไม่ยกนายให้คิบอมแน่ๆ นายต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น’ ฮ่าๆๆ" พี่คังอินหัวเราะเมื่อทงเฮกับฮยอคแจทำท่าประกอบฟิคตามที่อ่าน
ทั้งสองโผกอดกันแล้วฮยอคแจก็กดทงเฮลงนอนกับพื้น ก่อนที่ร่างผอมบางพอกันนั่นจะขึ้นคร่อมทงเฮแล้ว เฮ่ยๆๆ นั่นๆๆ ฮยอกแจจุ๊บแก้มทงเฮด้วยฮะ ทงเฮหัวเราะใหญ่เลย โดนจุ๊บไม่กี่ทีทงเฮก็พลิกตัวฮยอคแจไปอยู่ด้านล่างแล้วเป็นฝ่ายจุ๊บที่แก้มทั้งสองข้างบ้าง

เฮ่ยยยย เล่นอะไรกันฟะ!!

"โอ๊ะ" เสียงซองมินดังขึ้น เอ๋ หมอนั่นไปอยู่ข้างหลังพี่คังอินตั้งแต่เมื่อไหร่นะ คนตัวปุ๊กลุกยิ้มกว้าง มือสวยเกินผู้ชายของซองมินอาศัยทีเผลอแล้วก็แย่งกระดาษในมือพี่คังอินไป


"จริงแล้วตอนท้ายๆ มีพี่คังอินกับพี่ลีทึกจุ๊บกันด้วยนะ นี่ไงบรรทัดนี้ ฮ่าฮ่า จูบกันดูดดื่มเลยด้วย" ไม่พูดเปล่าซองมินยังบรรยายต่อ ‘ลีทึก นายยอมเป็นของฉันเถอะนะ คืนนี้ฉันจะทำให้นายลืมทุกอย่างไปเลย" เอ่อ...บทพี่คังอินนี่หื่นเสมอเลยแฮะ (จริงๆฮะ ผมเห็นทุกเรื่องก็ได้บทแบบเนี้ย~) สิ้นคำบรรยายของซองมิน พี่คังอินกับพี่ลีทึกก็นึกสนุกบ้าง สองคนโผเข้ากอดกันเหมือนทงเฮกับฮยอคแจ ไม่พอมีทำท่าจูจุ๊บกันอีก พี่คังอินจับพี่ลีทึกกดลงพื้นแล้วแกล้งทำท่าเหมือนจะไซร้คอท่านหัวหน้าวงท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนอื่นๆ ว่าแต่… ผมเหล่มองอีกคู่ที่ตอนนี้เลิกจุ๊บกันแล้วแต่เปลี่ยนมานอนก่ายกันแทนคู่นั้น แล้วผมก็รู้สึกแปลกๆในอก….

"หยุดเสียงดังซะที! ผมอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้วนะ!" ผมตะโกนขึ้นมาอย่างหงุดหงิด ทำเอาทุกคนที่กำลังเล่นอยู่หยุดการกระทำตัวเองแล้วหันมามองผมครับ ไม่รู้ทำไมผมพูดน้ำเสียงแบบนั้นออกไปแฮะ เล่นอะไรทะลึ่งๆแบบนี้เป็นปกติของพวกพี่ๆเขาอยู่แล้วนี่นา แต่…ไม่รู้สิ ตอนนี้ผมรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆจริงๆนะ ผมไม่อยากจะอธิบายอะไรเลยลุกเข้าห้องกลับไปเสียดื้อๆ

"เฮ้ย คิบอมมันเป็นอะไรของมันเนี่ย" ลีทึกชะงักการเล่นแล้วเกาหัวอย่างงงๆ หันไปมองหน้าคนอื่นอย่างหาคำตอบ

"อ่านชินจังต้องใช้สมาธิอะไรขนาดนั้นวะ" คังอินพูดรู้สึกงงเหมือนกัน อ่านการ์ตูนนะไม่ใช่สอบเอนทรานซ์
"สงสัยเพราะทงเฮแน่เลย" ซองมินเด็กเจ้าปัญหาพูดขึ้น "ก็ทงเฮมีชู้ คิบอมเขาเลยโมโหไง ฮ่าๆ" ซองมินพูดติดตลก เล่นทำเอาคนอื่นๆขำไปด้วย แต่ถ้าคิบอมได้ยินคงขำไม่ออก…



ก็ทงเฮไม่ได้มีชู้ เพราะคิบอมไม่ใช่แฟนทงเฮเสียหน่อยนี่นา…

edit @ 21 Oct 2009 00:30:47 by diy